ทั้งนี้ ตัวเลขสถิติที่ สสส. ได้เผยไว้ว่า จำนวน “เหยื่อตุ๋นออนไลน์ที่เป็นผู้สูงอายุคนไทย” ในปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 23.12% จากเดิมที่ปี 2564 อยู่ที่ 16% นี่เป็นตัวเลขสถิติที่ไม่ธรรมดาเลย!! เป็นการฉายภาพ “อีกวิกฤติผู้สูงอายุไทยที่น่ากังวล” ในโลกยุคที่ “แก๊งตุ๋นออนไลน์อาละวาดหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ” รวมถึงกับคนไทย…

กรณีปัญหานี้ก็มีมุมวิชาการสะท้อนไว้

กับ “เบื้องลึก” ที่อาจเป็น “ตัวกระตุ้น”

ทำให้ “ผู้สูงอายุง่ายต่อการเป็นเหยื่อ”

เกี่ยวกับ “ปัจจัยกระตุ้น” ที่อาจทำให้ “ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ได้ง่าย” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล… นี่เป็นการวิเคราะห์ไว้โดย รศ.ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อผู้สูงวัย สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผศ.ดร.เกษร สำเภาทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้สะท้อนไว้ผ่านรายการออนไลน์ “มหิดลชาแนล” ในชื่อหัวข้อ “Missing Voice เสียงที่ขาดหายของผู้สูงวัยในยุคโซเชียล”

ชี้ว่า “ปัญหานี้มิใช่แค่เรื่องรู้ไม่เท่าทัน”

หากแต่ “เรื่องจิตใจผู้สูงวัยนั้นก็เกี่ยว”

รศ.ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ / ผศ.ดร.เกษร สำเภาทอง

ทั้งนี้ นักวิชาการ 2 ท่านดังกล่าวสะท้อนไว้ถึง “เบื้องหลัง” ที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของ “ปัจจัยกระตุ้น” ที่ทำให้ “ผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ง่าย” โดยทาง รศ.ดร.นันทิยา ระบุไว้ว่า… สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับความสูงอายุ นั่นก็คือ “ความเหงา” และการ “มีเวลาว่างมากขึ้น” ของบรรดาผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุมีการ ท่องโลกออนไลน์หรือเข้าถึงสื่อโซเชียลมากขึ้น ที่เมื่อประกอบกับคนวัยนี้มีความเหงาค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องอยู่ตามลำพัง เพราะลูกหลานหรือสมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ มีความต้องการเพื่อนมากกว่าวัยอื่น ๆ ด้วยเหตุผลนี้ก็จึงทำให้ผู้สูงวัยจำนวนไม่น้อย…

กลายเป็นคน “ติดโซเชียล” กันมากขึ้น

เพราะต้องการมีเพื่อนต้องการมีสังคม

และ…เมื่อประกอบกับ “นิเวศสื่อที่เปลี่ยนไป” ที่ยุคนี้ไม่ค่อยมีการเซ็นเซอร์หรือคัดกรองข้อมูลก่อนจะนำเสนอ ทำให้อาจ มีเฟคนิวส์หลุดรอดเข้ามาในสื่อโซเชียลที่ผู้สูงอายุใช้งาน และด้วยความที่คนรุ่นนี้เติบโตมากับยุคที่สื่อต่าง ๆ มีการถูกคัดกรองเสมอ ทำให้เมื่อพบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จึงมีแนวโน้มที่จะเชื่อง่ายในสิ่งที่อ่านหรือเห็น จน “ง่ายที่จะตกเป็นเหยื่อ!!”

นักวิชาการท่านเดิมชี้ไว้อีกว่า… จากปัจจัยข้างต้น รวมกับ “ความเสื่อมถอยทางร่างกาย” ผู้สูงอายุจึง เป็นเหยื่อถูกหลอกให้ซื้อสินค้าสุขภาพง่ายกว่าวัยอื่น เพราะต้องการจะเพิ่มความมั่นคง-ความมั่นใจ จากภาวะที่ไม่เหมือนเดิมของตนเอง และ อีกรูปแบบที่ถูกหลอกมากเช่นกัน คือถูกหลอกให้ลงทุน เพราะผู้สูงอายุต้องการมีเงินรายได้ ทั้งไว้ใช้ดำรงชีพ รวมถึงไม่ต้องการเป็นภาระลูกหลาน จึง หลงเชื่อกลลวงมิจฉาชีพทางออนไลน์ได้ง่าย …เหล่านี้เป็นปัจจัยที่มีส่วนทำให้ผู้สูงอายุถูกหลอก ที่ รศ.ดร.นันทิยา ได้ชี้ไว้ว่าไม่ได้มาจากการรู้ไม่เท่าทันอย่างเดียว แต่เกิดจาก“สภาพจิตใจของผู้สูงอายุ”ร่วมด้วย

ขณะที่นักวิชาการอีกท่าน คือ ผศ.ดร.เกษร ชี้ไว้ว่า… นอกจากความเสื่อมถอยทางร่างกายแล้ว “บทบาทที่ถดถอยลง” ทั้งทางสังคมและทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุนั้น ก็เป็น “อีกปัจจัย” ซึ่งปัจจัยนี้ทำให้ผู้สูงอายุขาดความเชื่อมั่นตัวเอง เมื่อเจอข้อมูลหรือคนที่ดูเหมือนจะมองเห็นว่าผู้สูงอายุมีคุณค่า ก็ง่ายที่จะเปิดใจและยอมทำตามคำแนะนำของคน ๆ นั้น จนอาจเป็น จุดอ่อนที่มิจฉาชีพจับมาใช้เป็นช่องโหว่เข้าหา และนอกจากนี้ มิจฉาชีพออนไลน์ก็มักอาศัยความเหงาของผู้สูงอายุเพื่อเข้าหา ซึ่งหลัง ๆ พบกรณีแบบนี้บ่อยมาก รวมถึงรูปแบบที่ก็เกิดบ่อย คือ “ผู้สูงอายุเป็นเหยื่อโรแมนซ์สแกม” ที่ก็เกิดเพิ่มขึ้น!!…

ด้วยความที่โหยหาคนมาเป็นเพื่อน เมื่อมีใครสักคนเข้ามาพูดคุยเล่นด้วย หรือมาแนะนำเรื่องต่าง ๆ ให้ จึงง่ายที่ผู้สูงอายุที่มีภาวะนี้จะคล้อยตามยิ่งเป็นผู้ที่ขาดคนเข้าใจ เมื่อมีใครมาพูดคุย มาแสดงความรัก ก็จึงง่ายที่จะหลงใหลคน ๆ นั้นง่ายขึ้น สะท้อนจากกรณีผู้สูงอายุที่เป็นเหยื่อแก๊งหลอกให้รัก” …ทาง ผศ.ดร.เกษร ระบุไว้น่าคิด

ส่วน “แนวทางป้องกัน” เพื่อช่วยให้ “ผู้สูงวัยไม่ตกเป็นเหยื่อแก๊งตุ๋นออนไลน์ได้ง่าย” นั้น ผู้เชี่ยวชาญก็ได้แนะนำไว้ด้วย ดังนี้… เริ่มจาก สื่อสารเชิงบวก ให้ผู้สูงอายุรู้ได้ถึงการมีตัวตนภายในครอบครัว เพื่อลดช่องว่างของสมาชิกในบ้าน, เข้าใจธรรมชาติผู้สูงอายุ เพื่อที่จะได้เลือกใช้วิธีหรือภาษาเพื่อสื่อสารได้เหมาะสม, แสดงความรักให้เหมาะสม โดยรักษาระยะห่างในการดูแลให้พอดี โดยไม่ต้องตามติดผู้สูงอายุทุกฝีก้าว เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ เป็นต้น …เหล่านี้เป็นคำแนะนำเพื่อ “สู้กับปัจจัยเบื้องหลังปัญหาผู้สูงอายุเป็นเหยื่อถูกหลอกทางออนไลน์”ที่นับวันยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

เพิ่มวัคซีนใจ” นั้น “ผู้สูงอายุต้องการ”

โดย “ครอบครัวลูกหลานต้องสนใจ”

เพราะ “ไม่เช่นนั้นอาจเสร็จแก๊งตุ๋น”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์