ทั้งนี้ ระหว่างที่ยังต้องรอลุ้นหน้าตา-ฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ ระหว่างนี้ที่พอจะทำได้คือ “เตรียมตัวเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจย่ำแย่ให้ดีที่สุด” ซึ่งกับธุรกิจใหญ่ ๆ ที่ทุนหนาก็คงจะไม่กระไร แต่กับ กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยรายเล็ก บรรดาพ่อค้าแม่ขาย โดยเฉพาะประชาชนคนไม่รวยทั้งหลายที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี่สิ…

จำเป็น “ต้องพยายามหาวิธีรับมือ”

จะ “ต้องเตรียมรับมือพายุเศรษฐกิจ”

เพื่อ “ประคองตัวเอาตัวรอดให้ได้”

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้…เพื่อที่จะสามารถ “ประคองตัว-เอาตัวรอด” จาก “พายุเศรษฐกิจปี 2569” ให้ได้ ทาง ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้แนะนำแนวทางที่น่าสนใจผ่านมาทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” เพื่อให้ธุรกิจรายย่อย-รายเล็ก พ่อค้า-แม่ค้า รวมถึงประชาชนคนไทยทั่ว ๆ ไป ลองนำไปปรับใช้…ในยุคเศรษฐกิจโลกอลหม่าน “เศรษฐกิจไทยชะลอตัว-หดตัว” เผื่อจะเป็น“คาถาฝ่าเศรษฐกิจ ปี 2569”

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล

ทั้งนี้ ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ได้ให้คำแนะนำกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยระบุว่า… ปี 2569 นี้ผู้ประกอบการระดับนี้ จะต้องทำการบ้านให้เยอะ ๆ และจะต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด เพราะปี 2569 ส่อแววเป็นปีที่ “จะหนักมาก” สำหรับธุรกิจขนาดนี้ จากปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเข้ามาทำให้ตลาดผันผวนมากกว่าปี 2568 โดย “กลยุทธ์รับมือ” ที่อยากให้คำแนะนำเอาไว้เป็นแนวทาง ก็คงจะต้องเริ่มจากการ “เข้าใจถึงสาเหตุ” ที่ทำให้เศรษฐกิจปี 2569 นี้ชะลอตัวชัดเจน และรุนแรง ซึ่งมีดังนี้คือ…

ปัจจัยแรก… การค้าโลกชะลอตัว โดยสิ่งที่ไทยก็ควรจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือนโยบายการค้าของผู้นำประเทศต่าง ๆ เพราะการค้าขายระหว่างประเทศเกิดการชะลอตัวลงอย่างมากจากนโยบายทางการค้าของผู้นำประเทศต่าง ๆ

ปัจจัยที่สอง… หนี้ครัวเรือนสูงลิ่ว ตอนนี้หนี้ครัวเรือนคนไทยอยู่ในระดับค่อนข้างสูงมาก เรียกว่า “หนี้ท่วมประเทศ” ที่เป็นผลจากการซื้อสินค้าด้วยระบบซื้อมาก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) ซึ่งเมื่อหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นก็มักจะส่งผลทำให้ สถาบันการเงินยิ่งจำกัดการปล่อยสินเชื่อ หรืออาจจะแทบไม่ปล่อยเลย รวมถึงประเภทสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถยนต์

ปัจจัยที่สาม… การลงทุนระหว่างประเทศลดลง ซึ่งในปัจจุบันการลงทุนระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่แย่พอสมควร เนื่องจากประเทศอื่น ๆ ก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจเช่นกัน, ปัจจัยที่สี่… มาจาก ตลาดหุ้นมีภาวะซบเซา ทำให้เงินที่ควรไหลเข้าตลาดทุนลดน้อยลง จนส่งผลต่อกำลังซื้อและการใช้จ่าย ขณะที่ปัจจัยตัวสุดท้ายคือ… จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป ทำให้ไทยขาดรายได้เข้ามาเติมระบบเศรษฐกิจ …เหล่านี้คือปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้“เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยเดินได้ไม่ดี”

อีกทั้ง “มีปัจจัยที่ซ้ำเติมอีกต่างหาก!!”

นอกจากเครื่องยนต์หลัก ๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพแล้ว… ปัจจัยที่ก็ส่งผลเช่นกันคือ เทคโนโลยี AI กับ ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ที่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของทุก ๆ ธุรกิจ ที่เป็น “ตัวเร่งให้ภูมิทัศน์อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไวขึ้น”

ในขณะที่อีกปัจจัยที่ก็ “มองข้ามไม่ได้” และมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่ 2569 ได้ไม่กี่วัน นั่นก็คือปัญหา ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งของบรรดามหาอำนาจโลก ที่ทำให้โลกเกิดการแบ่งขั้วชัดเจนมากขึ้น ซึ่งไทยแม้จะอยู่ในฐานะผู้เล่นรายเล็กก็เลี่ยงผลกระทบไม่ได้ …เหล่านี้นี่ก็เป็นปัจจัยทำให้“เศรษฐกิจไทยผันผวนหนักในปี 2569” นี้ ที่ไม่เพียงกระทบภาคธุรกิจ กับคนทั่ว ๆ ไปก็อาจเจอผลกระทบก็ “จำเป็นต้องมีวิธีเอาตัวรอด”

ทั้งนี้ กับ “วิธีเอาตัวรอด” ท่ามกลาง “ยุคเศรษฐกิจโลกผันผวน” เช่นนี้… ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ได้แนะนำผ่านมาทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ดังนี้คือ… เริ่มจาก ไม่มีหนี้อย่าสร้างหนี้ มีหนี้ก็ต้องพยายามบริหารจัดการโครงสร้างหนี้ให้ดี ๆซึ่งยิ่งมีหนี้เยอะ ก็ยิ่งดำเนินธุรกิจลำบาก ดำเนินชีวิตลำบาก และก็ต้องพยายามเก็บเงินสดสำรองไว้กับมือเพื่อเป็นทางเลือก โดยในอดีตนั้นอาจแนะนำให้สำรองไว้ 3 เดือน แต่ปัจจุบัน อย่างน้อยต้องสำรอง 6 เดือนจึงจะรอดได้!!

คำแนะนำที่เสมือน “คาถาสู้เศรษฐกิจแย่”ต่อมาคือ… สร้างรายได้เพิ่ม ควบคู่กับพัฒนาทักษะ”ไม่พึ่งแค่รายได้ทางเดียว ต้องมองวิธีที่จะทำให้ได้เงินเข้ามาเติมในธุรกิจ ในชีวิต หรือนำทักษะที่มีออกมาใช้หาเงินเพิ่ม ถ้าไม่มี ต้องขวนขวายหาทักษะใหม่ ๆ มาเติม โดยเฉพาะ “ทักษะที่เรียนรู้ได้ไวทำเงินได้เร็ว” รวมถึง“ต้องใช้จ่ายอย่างมีสติ”ก่อนจะจ่ายเงินเพื่อการใด ๆ คิดให้เยอะขึ้น หลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดหนี้หรือภาระในอนาคต ให้เน้นลงทุนในการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองจะดีกว่า

และสุดท้าย “ต้องรู้วิธีจัดการสุขภาพจิต” เพราะ ปีนี้ “ความเครียด” จะเป็นของแสลงที่อยู่คู่ทุกคนก็ว่าได้ ยิ่งถ้าไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ ก็ยิ่งเสี่ยง “ร่วง!!” ง่ายขึ้น ดังนั้น ในปี 2569 นี้ยิ่งต้องหาวิธีจัดการความเครียดให้ได้ และที่ต้องเน้นย้ำด้วยคือ ต้องเป็นวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช้วิธีคลายเครียดผิด ๆ ที่จะยิ่งเพิ่มปัญหาให้ชีวิต…ทาง ผศ.ดร.ภูษิต แนะนำมาน่าคิด

เหล่านี้เป็น “คาถาฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ”

คาถาที่ “ปี 2569 นี้ยิ่งน่าท่อง+น่าทำ”

ท่อง+ทำเพื่อจะไม่ร่วงให้รอด!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์