ทั้งนี้ บริการเกี่ยวกับ “การแพทย์–การดูแลสุขภาพ” ให้กับ “สัตว์เลี้ยง” นั้น ในไทยในปัจจุบันนี้ก็ต้องยอมรับว่า… ทั้งเติบโต ทั้งพัฒนาไปไกลมาก ๆ โดยล่าสุดได้มี “บริการรูปแบบใหม่ในไทย” เพื่อ “ตอบโจทย์” ความต้องการของ “คนเลี้ยงสัตว์–คนรักสัตว์” ที่มีเรื่อง “สเต็มเซลล์”เข้ามาเกี่ยวข้อง…
“สัตว์เลี้ยงแสนรัก” นั้น “ถูกคาดหวัง”
ผู้เลี้ยงคาดหวัง “ให้แข็งแรง–อายุยืน”
และยุคนี้ “มีศูนย์รับฝากสเต็มเซลล์”
เกี่ยวกับกรณีนี้ ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล… ทาง น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา PetGeneX ฉายภาพไว้ว่า… ปัจจุบันเทรนด์เลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกครอบครัวเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สืบเนื่องจากการที่คนยุคใหม่ไม่ต้องการมีลูก แต่ก็กลัวความเหงา จึงเลี้ยงสัตว์เพื่อชดเชย และที่สำคัญหลาย ๆ ครอบครัวต่างดูแลทะนุถนอมสัตว์เลี้ยงจนไม่ต่างจากลูก หรือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ทำให้กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์จึงต้องการให้บริการทุกอย่างที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของตนเอง ซึ่งรวมถึงบริการเกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงการรักษาโรคต่าง ๆ ด้วย จนส่งผลทำให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากแต่ “อายุขัยที่ยาวนานขึ้น” ของสัตว์เลี้ยง…ก็ “ตามมาด้วยปัญหาสุขภาพ” อาทิ โรคเรื้อรัง และโรคเสื่อมตามวัยในสัตว์เลี้ยง เช่น โรคระบบกระดูกและข้อ โรคไตและระบบขับถ่าย โรคตับและระบบทางเดินอาหาร โรคระบบผิวหนังและภูมิแพ้ รวมไปถึงโรคระบบประสาทและสมอง ตอนนี้จึง เกิดความต้องการบริการสุขภาพเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ๆ เนื่องจาก คนเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันมองว่า…สุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงคือคุณภาพชีวิตที่ดีของครอบครัวทำให้ในช่วงหลายปีมานี้การแพทย์ทางด้านการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงจึง “เกิดรูปแบบใหม่ ๆ”โดยที่…
หนึ่งในนั้นก็คือ…“ศูนย์สเต็มเซลล์”
สำหรับศูนย์สเต็มเซลล์ดังกล่าว หรือ “บริการเก็บ–รับฝากสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง” ในปัจจุบันมีให้บริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยในส่วนของภาคเอกชนนั้นมีกรณีศึกษาจาก PetGeneX ที่ได้ก่อตั้งบริการ ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อให้บริการคัดแยก เพาะเลี้ยง และจัดเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง โดยทางบัตรเครดิตเคทีซี หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นพันธมิตรล่าสุดกับทางภาคเอกชนดังกล่าวด้วย ซึ่งบริการของธนาคารสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงเอกชนแห่งนี้ ให้บริการตั้งแต่การเก็บสเต็มเซลล์ระยะสั้นไปจนถึงการฝากระยะยาว ที่สามารถจัดเก็บไว้ได้นานสูงสุดถึง 20 ปี
เผื่อ “ในอนาคตอาจใช้เซลล์เหล่านี้”
ใช้ “ดูแลสุขภาพ–รักษาโรคสัตว์เลี้ยง”
ทั้งนี้ ศูนย์สเต็มเซลล์ดังกล่าวนี้ หรือ ธนาคารสเต็มเซลล์(Cryobank) ทาง ดร.พงศกร กันหอม นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และผู้ร่วมก่อตั้ง ให้ข้อมูลเพิ่มไว้ว่า… ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เก็บเซลล์ แต่เป็นหลักประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยงในอนาคต โดยเฉพาะในแง่การรักษา เช่น Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีศักยภาพด้านการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ลดอักเสบเรื้อรัง และช่วยสนับสนุนการรักษาโรคซับซ้อน เช่น ข้อเสื่อม ตับหรือไตเสื่อม การบาดเจ็บของระบบประสาท เป็นต้น
ส่วน แหล่งที่มา “สเต็มเซลล์” นั้น จะเก็บตัวอย่างจาก 3 แหล่งสำคัญ คือ… 1.จากเลือด (Peripheral Blood) นี่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงทุกช่วงวัย เพราะไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องวางยา ไม่ต้องกินยาหรือฉีดยากระตุ้นเซลล์, 2.จากไขมัน (Adipose Tissue) โดยสกัดจากเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังสัตว์เลี้ยงซึ่งถือเป็นแหล่งสเต็มเซลล์จำนวนมาก โดยการจัดเก็บวิธีนี้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงที่กำลังผ่าตัดทำหมันหรือผ่าตัดทั่วไป, 3.จากสายสะดือ (Umbilical Cord) นี่ถือเป็นแหล่งเซลล์ต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์และมีศักยภาพสูงสุด เพราะให้เซลล์ที่อายุน้อย จึงยกระดับคุณภาพชีวิตให้สัตว์เลี้ยงได้ตั้งแต่แรกเกิด …นี่คือ 3 แหล่งที่มาสเต็มเซลล์
“มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า…การใช้สเต็มเซลล์ช่วยในการรักษา ได้ผลน่าพอใจหลายด้าน เช่น ด้านร่างกาย พบว่า…สุนัขกว่า 70% ที่มีโรคข้อเสื่อม เมื่อรักษาโดยสเต็มเซลล์ ทำให้เคลื่อนไหวดีขึ้น และลดการใช้ยาแก้ปวดถึง 50-60% ขณะที่คุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงที่รักษากว่า 80% มีชีวิตชีวา มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น” …ทาง ดร.พงศกร ระบุไว้
ขณะที่ รศ.ดร.ปริญญา น้อยสา หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และพัฒนานวัตกรรมด้วยเซลล์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้เสริมถึงเรื่องนี้ไว้ว่า… การจัดเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงให้นำไปใช้ได้จริงนั้น ต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดทุกขั้นตอน ต้องจัดเก็บในถังไนโตรเจนเหลวที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติตามมาตรฐานสากล ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส กับต้องมีระบบติดตามและสำรองฉุกเฉิน เพื่อคงศักยภาพเซลล์ต้นกำเนิดไว้ให้พร้อมใช้งาน ซึ่ง PetGeneX ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการต่อยอดเชิงพาณิชย์จากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ …ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมระบุไว้
ก็น่าตามดู “ธนาคารสเต็มเซลล์สัตว์”
นี่คือ “มิติใหม่ด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยง”
ที่ “อาจแซงหน้าคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยง?”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



