คดี “ฮั้ว สว.” ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องทั้งสว.-นักการเมือง-เครือข่าย รวม 229 คน ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปถึงไหน? ตอบว่าสำนวนคดีดังกล่าวอยู่ในมือของ “อนุฯ กกต.” ซึ่งเป็นตัวแทนของ กกต.ทั้ง 7 คน ไปช่วยกันพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนส่งให้ กกต. 7 คน วินิจฉัยชี้ขาดว่าจะฟัน!ใครบ้าง
ตอนนี้กรอบการทำงานของ “อนุฯ กกต.” ครบ 90 วันแล้ว ซึ่งจะต้องชี้ว่าใครถูก-ใครผิด ก่อนส่งขึ้นไปให้กกต. 7 คนพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย แต่มีแนวโน้มว่าสิ้นเดือนก.พ.นี้ อนุฯ กกต.จะขอขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน เพื่ออะไร? เพื่อรอให้มติ กกต.ออกมาดูดี 5 ต่อ 2 เสียง จึงปล่อยผีขบวนการ “ฮั้ว สว.”
ตอนนี้ “กลุ่มเขากระโดง” สามารถบริหารจัดการ กกต. ได้อยู่แล้ว ด้วยมติ 4 ต่อ 3 เสียง แต่อดใจรออีกนิด! รอการสรรหากกต.คนใหม่ เข้ามาแทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กกต.ที่กำลังจะหมดวาระ เมื่อนั้นกกต.จะเป็น 5 ต่อ 2 เสียง เคลียร์ปัญหาต่าง ๆ ของกลุ่มเขากระโดง ได้อย่างสะอาดหมดจดงดงาม
มีคนถามกันเยอะว่า นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. หายไปไหน ไม่เห็นออกมาชี้แจงปัญหาเหมือนประธาน กกต.คนก่อน ๆ โดยเฉพาะเรื่องเลือกตั้งสส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่มีปัญหาหลายจังหวัด
อันนี้คนในสำนักงาน กกต. ตั้งข้อสังเกตว่า ประธานกกต.อาจจะไม่เคยบริหารจัดการงานใหญ่ ๆ มาก่อนหรือเปล่า? จึงไม่ค่อยมีความมั่นใจ และเกรงว่าจะถูกสื่อมวลชนถามคดี “ฮั้ว สว.” ท่านจึงอยู่ห่าง ๆ สื่อฯ
สำหรับการเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการพลิกประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง สส.ในประเทศไทย ที่มีการ “ซื้อเสียง” กันอย่างมโหฬารของ 2 พรรคการเมือง
ปกติการซื้อเสียงในอดีตหัวละ 50-100-200-300 บาท แต่เที่ยวนี้ยิงกันขั้นต่ำหัวละ 1,000 บาท (ข้อมูลจากนครปฐม-สุพรรณบุรี-พระนครศรีอยุธยา-ปทุมธานี) โดยมี “ผู้นำชุมชน” เป็นหัวคะแนน ถ้าเป็นแบบนี้การเลือกตั้งครั้งหน้า ฐานการซื้อเสียงขั้นต่ำ คงขยับไปที่หัวละ 1,500-2,000 บาท
นอกจากพลิกประวัติศาสตร์การซื้อเสียงกันอย่างมโหฬารแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ยัง “ย้อนยุค” ไปเมื่อ 30 ปีก่อนที่จะมี กกต. โดยก่อนปี 40 กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพจัดการเลือกตั้ง
จากปัญหาต่าง ๆ ที่พบ คงทำกันเป็นขบวนการใหญ่และท้าทายเหมือนการฮั้ว สว. เช่น กรณีบัตรเลือกสส.เขต กับบัตรลงประชามติ มีจำนวนแตกต่างกันมากหลายแสนใบ,มีผู้ไปลงทะเบียนใช้สิทธิ 70,000 คน แต่นับคะแนนทุกคนรวมกันได้กว่า 90,000 คะแนน แบบนี้แสดงว่ามีการเพิ่มบัตรเข้าไป
หรือนับคะแนนอันดับ 1 ได้ 90,300 อันดับ 2 ได้ 90,100 แต่ประกาศว่าอันดับ 2 ชนะเลือกตั้ง นี่เรียกว่า “โกงการประกาศผลเลือกตั้ง” หรืออ่านบัตรว่ากาเบอร์ 1 แต่กาคะแนนให้เบอร์ 2 อันนี้โกงกาคะแนน”
หรือมั่วคะแนนผีมาจากไหน มารวมเข้าไปไม่รู้, บัตรเขย่ง,ไฟฟ้าดับ แต่ใบพัดลมยังทำงานและส่ายได้ แถมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยก็สายตาดีเหลือเกิน ยังอ่านคะแนนต่อไปได้
ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ น่าสงสัยว่ามีการ “ซื้อ” เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในหลายจังหวัด จึงกล้าทำกันได้ถึงขนาดนั้น เหมือนการเลือกตั้งย้อนยุคไปเมื่อ 30 ปีก่อน
ทั้งฮั้ว สว.-ปัญหาเลือกตั้ง สส. ถ้าแบกต่อไปไม่ไหว “ประธาน กกต.-เลขาฯกกต.” พิจารณาตัวเองเถอะครับ!!.
พยัคฆ์น้อย



