บัตรเขย่ง บัตรเสีย บางที่ก็เยอะผิดปกติ ซึ่งน่าสนใจการวินิจฉัยของกรรมการประจำหน่วย ว่าแกล้งใครหรือไม่ เขาว่า ถ้าให้ดีก็ให้ใช้เป็นที่ปั๊มไปเลย มันจะได้เหมือนๆกันไม่ต้องมานั่งดูว่ากาแบบไหนเสีย ถ้าปั๊มสองตราในใบเดียว ปั๊มคร่อม ปั๊มผิดช่อง อย่างนั้นค่อยนับ และตอนนี้ก็เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่กัน ซึ่งก็ไม่อยากจะว่าใครถูกใครผิด เรื่องทางการเมืองบ่อยครั้งที่คนเราเอาอคติรัก-เกลียด เข้ามาจับ เลยเผลอเชื่อข้อมูลข่าวสารอะไรที่สนับสนุนความชอบเดิม
ตัวอย่างเช่น ที่มีข่าวว่า “ไฟดับที่เขตเลือกตั้ง 1 จ.ชลบุรี แต่พัดลมยังหมุน” เรื่องนี้อึงกันไปทั่วเน็ตแล้ว ไม่รู้มีผีมาหมุนพัดลมหรืออย่างไร แต่ก็ด่วนชี้ไปว่านี่โกง !! เตรียมจะโกง !! ไปๆ มาๆ ตรวจพบว่า มีคนไม่หวังดีมาบิดเบือน เอาคลิปที่นนทบุรีมาปล่อยแล้วอ้างว่า เป็นความไม่น่าชอบมาพากลที่ชลบุรี .. การนับคะแนนเลือกตั้ง สส.ศรีสะเกษ ก็ว่ามีโกง เดิมแจ้งเพื่อไทยได้เขต 7 เขตเดียว แต่จริงๆ แล้ว ชนะเขต 6 กับ 7 ..ที่สุดแล้วก็มีคนแก้ข่าว ว่า ไม่มีอะไรอย่างที่คิด ศรีสะเกษเพื่อไทยชนะสองเขตแต่แรก ใครไปปล่อยข่าวว่านับใหม่แล้วเพื่อไทยถึงได้
เอาจริง ความที่คนเรา ( ไม่ต้องคนไทยหรอก ทั่วโลก ) มีอคติรักโลภโกรธหลงในการจะเชื่ออะไร เราต้องดึงสติกันไว้บ้างว่า “ข้อมูลข่าวสารบางอย่างมันออกมาเพื่อปั่นกระแส” เดี๋ยวนี้ทำข่าวปลอมกันง่ายจะตายด้วยเอไอ ด้วยการตัดต่อคลิป ก็ต้องเพิ่มเติมเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ การตรวจสอบข้อมูลซ้ำ ..มีพวกเพจปั่นประเภทอยากเอาเอนเกจเมนท์เยอะๆ ไปขายเป็นเพจโปรโมทการพนัน ก็ปั่นให้คนอารมณ์ขึ้นเข้ามาด่า เข้ามากดไลค์ แบบเพจปั่นเรื่องเขมรเคลมไทยอะไรต่างๆ ที่โพสต์ข้อความมาสั้นๆ ให้ไทยเกลียดเขมรเข้าไปด่า ..แต่หาอ้างอิงไม่ได้ใครพูด “เพราะการสื่อสารพวกนั้นมีเป้าประสงค์แฝง” การเมืองก็เช่นกัน มันมีทั้งเพจปั่นเพื่อให้เกลียดฝ่ายตรงข้าม และเพจปั่นจะเอายอดตามไปขายเพจต่อ
เหตุการณ์จะถึงเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ?? บางคนฟังข่าวด้านเดียวเยอะจนเชียร์ให้เลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ มันทำไม่ได้จะให้เลือกตั้งใหม่เฉพาะเขต ก็ต้องมีเหตุ เช่น ผู้สมัครโดนใบเหลืองหรือใบแดง ถ้ามีเรื่องร้องเรียนก็ต้องยื่นให้ กกต.พิจารณา สมัยรัฐบาลที่แล้ว เขาก็แจกใบแดงกัน เพียงแต่มันไม่ได้เร็วมาก.. ถ้าจะให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็ต้องให้ศาลสั่ง ( ต้องดูเขตอำนาจ ศาลปกครอง ศาลฎีกา หรือศาลรัฐธรรมนูญ ) สั่ง ในทำนองว่า “การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม” อย่างการเลือกตั้งปี 2549 ที่โดนครหาว่าไม่เป็นความลับ เพราะหันคูหาออกนอก และมีคดีจ้างพรรคเล็กลงแข่งกับไทยรักไทย
เชื่อเถอะว่า จะร้องเรียนเลือกตั้งเที่ยวนี้อย่างไร เขาก็สั่งเลือกตั้งใหม่ให้แค่“เขตที่ชัดเจนว่าได้ใบเหลืองใบแดง” ร้องเรียนมากจะโดนว่าเหมือนเด็กเอาแต่ใจอีก ว่าจะให้นับอย่างไรก็ได้ให้บางพรรคชนะงั้นเหรอ ?? นักการเมืองก็เล่นการเมืองกันทั้งนั้น การร้องเรียนก็ต้องดูด้วยว่า ความจริงอีกด้านนอกจากผู้ร้องพูด เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ กกต.ชุดนี้อ่อนแรง ไม่ค่อยส่งคนมาอธิบายสังคม จนมีเสียงเหน็บแนม “สงสัยจะพูดต่อเมื่อรู้ว่าจะติดคุก”
สิ่งที่ต้องคิดต่อ คือ แล้วตั้งรัฐบาลเมื่อไร อย่างไร ? ตอบว่า เอาพรรคร่วมให้ได้ก่อน เที่ยวนี้เชื่อว่า ภูมิใจไทยน่าจะต้องการให้เสียงไม่ปริ่ม อาจทาบกล้าธรรมกับเพื่อไทยมาร่วมเพื่อให้เสียงเกิน 300 ไปเลย และพรรคเล็กต่างๆ ก็คงเป็นไปอย่างที่เคยเป็น คือ “จับตา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเป็นมือประสานสิบทิศหรือเปล่า ?” แม้จะมีความไม่พอใจเรื่อง “ไม่หลบกันบางเขต” โดยเฉพาะบ้านใหญ่สุพรรณบุรี ที่เหมือนตีหัว“ทอป”วราวุธ ศิลปอาชา จนมึน ที่กล้าธรรมเจาะได้เขตนึงจนดูหยามกัน แต่สุดท้าย คนอย่าง ร.อ.ธรรมนัส คือคนที่แข็งแรงพอเป็นกำลังสำคัญค้ำจุนรัฐบาล
พรรคแดง มีโอกาสไม่ร่วมรัฐบาลมากกว่าพรรคเขียวอีก อารมณ์“คนเคยเป็นหนึ่ง” แต่ขึ้นอยู่กับว่า พรรคน้ำเงินจะยื่นโควตาอะไรให้ ซึ่งเชื่อได้ว่า ถ้าให้มา แดงน่าจะขอคมนาคม ( ส่วนมหาดไทย ต่อรองอย่างไรเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ก็คงไม่สามารถตัดใจให้ได้ ) พรรคกล้าธรรม แน่ๆคือขอว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ …เสียงลอยตามลมมาว่า ใครได้คมนาคมก็ตาม แต่ถ้าไม่ทำสมุดพกผู้รับเหมา ตัดคะแนนเจ้าที่ทำงานเจ๊งหลายงาน ถือว่า..เป็นรัฐบาลชั่ว..
ส่วนรัฐมนตรี ถ้าไม่ให้เก้าอี้แก่เดอะแบกทั้ง 3 อย่างเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ , ศุภจี สุธรรมพันธุ์ , สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นี่เห็นทีกองเชียร์พรรคน้ำเงินด่าให้รัฐบาลจิตหลุด เพราะหลายคนเขาก็เลือกสามคนนี้ในฐานะมืออาชีพที่เข้ามาบริหาร โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศนั้น ต้องบอกว่า “หาคนมาเป็นรัฐมนตรียากตายชัก” นักการเมืองไม่อยากได้ งานก็ยาก อยู่บนการบริหารสมดุลกับสองขั้วมหาอำนาจ ต้องคอยจับตาเขมรเรื่อยๆ อีก งานอินเตอร์นักการเมืองไม่ไหวไม่เอาดีกว่า ที่ได้รัฐมนตรีอ้วนมานี่คือถือว่าภูมิใจไทยโชคดี คนประทับใจผลงาน
อยากจัด ครม.ให้ดู แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดว่า พรรคร่วมมีอะไรบ้าง คิดว่า ราวเมษาคงจัดเสร็จ เพราะเลือกพรรคร่วมก่อน แต่ละพรรคคุยกันก่อน ว่า ตอนนี้ถึงคิวใครได้ชมสมบัติ โควตาพรรคคือเรื่องปกติของการจัด ครม.ประเทศนี้ พรรคที่มีหลักการหน่อยก็ประชาธิปัตย์ ที่จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีได้ต้องดูอายุงานก่อน นี่ก็เชื่อว่า พรรคส้ม ปชน.ก็ต้องพิจารณาคนทำงานให้พรรคขึ้นมาจาก สส.กินตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่ได้เอาคนนอกมาหมดแบบที่ประกาศ the professionals อะไรไปก่อนหน้านี้ ( อุตสาห์จัดเปิดตัววันละคน แต่สุดท้ายพอไม่ช่วยหาเสียง ก็สู้สามทหารเสือภูมิใจไทยไม่ได้ )
เมื่อสภาเลือกนายกฯ เสร็จ จัด ครม. เสร็จ คราวนี้ ก็ต้องมายืนยันวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเอาที่ค้างไว้ในสมัยรัฐบาลเก่ามายืนยันหรือไม่ ถ้าเอา เราจะได้รัฐธรรมนูญสูตรที่มีกรรมการยกร่าง 35 คน กรรมการรับฟังความเห็น 35 คน ซึ่งทั้งสองชุดมาจากการเลือกโดยสมาชิกรัฐสภา 20 คน เลือกกรรมการได้ชุดละคน
ถ้าภูมิใจไทยรวมเสียงกล้าธรรม เพื่อไทยได้จริง ก็เท่ากับว่า สามารถเป็นเสียงข้างมากในการเลือกกรรมการยกร่างได้อีก บวกกับเสียงพรรค สว. อีก 200 คน เลือก กมธ.ได้ 10 คน ก็คือว่าครองเสียงข้างมาก แล้วก็ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องผ่านสภาครั้งหนึ่งก่อนไปทำประชามติ เสียงรัฐบาลบวกเสียง สว.ก็ผ่านได้ ( ถ้ารัฐธรรมนูญนั้นผ่านการพิเคราะห์แล้วว่าเป็นคุณกับฝ่ายการเมือง ) ใครจะค้านก็ไปรณรงค์ในชั้นประชามติเอา ว่า อย่ารับ มีข้อเสียอย่างไร ฯลฯ
ทางด้านฝ่ายบริหาร คนละครึ่งพลัสอย่างไรก็ได้แน่ๆ เป็นนโยบายจุดขายหลัก สิ่งที่คนไทยจะสังเกตรัฐบาลนี้หนักคือเรื่องชาตินิยม ปัญหาเขมร จะจัดการปัญหาอย่างไรให้ประเทศข้างบ้านหายซ่า พลาดไปชาตินิยมจะกลับมาแทงปากเอา.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



