ท่าที นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงการทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ออกมาให้ความเห็นว่า หากสภาผู้แทนราษฎรเริ่มทำงาน คือการยื่น ตรวจสอบรัฐมนตรี ที่มีปัญหาด้านจริยธรรม โดยใช้กลไกศาล รธน. ยืนยันว่า เมื่อ รธน. ให้กลไกตรวจสอบ เมื่อผิดจริงต้องถูกยื่นตรวจสอบ

หรืออาจถูกมองว่า นายอภิสิทธิ์ ต้องการเป็น พรรคร่วมรัฐบาล  เพราะยังไม่ประกาศจุดยืนขอเป็นฝ่ายค้าน  แต่ในระหว่างหาเสียง ก็มีแนวทางชัดเจน  ถ้าหากมี กล้าธรรม เป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่ขอร่วมงานด้วย  ยิ่งตอนนี้มีข่าว ความระหองระแหง ระหว่าง ภูมิใจไทย กับ กล้าธรรม อาจทำให้สองพรรค ไปต่อรวมกันไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์แม้จะมี 22 เสียง ก็อยาก เป็นตัวสอดแทรก เนื่องจากเห็นว่ามีโอกาสสร้างผลงาน

ถ้าลอง ย้อนไปดูขั้นตอน  การยื่นให้ศาล รธน. วินิจฉัย มีกรณี คือ 1. กกต.ยื่นตามมาตรา 170 วรรคท้าย 2. สส.หรือสว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่  ตามมาตรา 170 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 82 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มี สส.อยู่ 22 คน นั่นหมายความว่า ต้องหาเสียง สส.เพิ่ม จากพรรคการเมืองอื่น คงต้องรอดูว่า จะมีคนต่างพรรคให้ความร่วมมือหรือไม่

โดยเฉพาะ พรรคประชาชน ที่จะมีสถานะเป็น แกนนำพรรคฝ่ายค้าน เพราะที่ผ่านมาปฏิเสธแนวทางการใช้ นิติสงครามแต่ถ้าเพื่อนที่ต้องร่วมงานด้วย ให้เหตุผล และ อธิบายจำเป็น บางทีพรรคส้ม อาจเปลี่ยน แนวทางการทำงาน ขอให้องค์กรอิสระเข้ามาช่วยตรวจสอบ หลังจาก ที่ผ่านมาล้มเหลว ทั้งงานด้านนิติบัญญัติ และการแพ้เกมการเมือง จนต้องตก อยู่ในสภาพฝ่ายค้าน

ส่วนรัฐมนตรีคนไหน ที่พรรคสีฟ้าจะยื่นตรวจสอบ เรื่องจริยธรรม ใครก็คงเดาออกว่า หนีไม่พ้น ..ธรรมนัส พรหมเผ่าประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถ้าหากพรรคสีเขียว ได้เข้าเป็นหนึ่ง ในพรรคร่วมรัฐบาล ผู้กองคนดังคงอยากมีตำแหน่งทางการเมือง อีกทั้งตั้งแต่ปี 2562 เคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็น รมช.เกษตรฯ และเคยมีคนยื่นร้อง ให้ศาล รธน.ตรวจสอบ

เพียงแต่ว่าครั้งนั้น เป็นการยื่นตรวจสอบในประเด็นถูก ศาลประเทศออสเตรเลีย พิพากษาจำคุก ซึ่งในที่สุดก็ไม่มีปัญหา  เพราะเป็นเรื่อง กระบวนการยุติธรรม นอกประเทศ  แต่อย่าลืมว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ยังไม่เคยมีใครยื่นให้วินิจฉัย ถ้า ..ธรรมนัสรับตำแหน่งใน ครม.  เชื่อว่า ต้องถูกยื่นเรื่อง ให้ตรวจสอบจริยธรรมแน่ ๆ

ขณะที่ นายไผ่ ลิกค์เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ก็ออกมายืนยัน ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้ยึดติดอะไร การเป็นรัฐมนตรี วันนี้เราไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อต่อรอง แล้วจะเอาอะไรอีก อย่าเอาความผิดมาโทษที่เรา เลิกเล่นการเมือง เดินหน้าดีกว่า รวมถึงกระแสข่าว พรรคภูมิใจไทย จะให้โหวตสนับสนุนนายกฯ ก่อน แล้วค่อยมาเกลี่ยกระทรวง ทีหลังนั้น มองว่าไม่มีรูปแบบนี้ในโลก เรื่องนี้น่า จะมีการพูดคุยก่อน 

คงต้องยอมรับท่าทีว่า พรรคแกนนำรัฐบาล เหมือนไม่ต้องการให้ พรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาล เพราะพรรคที่มีโอกาสไปแถลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ ภูมิใจไทย มีทั้ง เพื่อไทยและพรรคเล็ก ๆ รวมเสียงได้  286  เสียง  ซึ่ง “พรรคกล้าธรรม”  ก็พร้อมที่จะมาร่วมแถลง จัดตั้งรัฐบาลด้วย แต่ยังไม่ได้รับเชิญ จึงเป็นคำถามในที่สุดว่าพรรคสีเขียว จะ ถูกตัดเชือก ในที่สุดหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าว ปัญหาความไม่พอใจ ของแกนนำพรรคภูมิใจไทย คือหลังในการเลือกตั้งที่ เพิ่งผ่านพ้นไป คือ พรรคกล้าธรรมเข้ามา เจาะฐานบ้านใหญ่ ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็น ฐานเสียงดั้งเดิม ของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง ๆ ที่มีข้อตกลงร่วมกัน  ส่วนที่ ผู้กองคนดัง อ้างว่า บางพื้นที่ บิ๊กต่อเฉลิมชัย ศรีอ่อน  เป็นคนดูแล แต่คนที่มีอำนาจเต็มในพรรค ก็ต้องมีอำนาจ ในการตัดสินใจ

ในที่สุดถ้าพรรคสีน้ำเงินจะตัด กล้าธรรม ที่มี สส. 58 เสียง ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล  เก็บเพื่อไทย ที่มี 74 สส. ก็อาจกลายเป็นหนามยอก หากแข็งข้อ และ ขอถอนตัว  ทำให้ฝ่ายบริหารไปต่อไม่ได้ คงอยู่ที่การตัดสินใจของ แกนนำพรรคภูมิใจไทย จะเลือกแนวทางไหน เพื่อทำให้รัฐบาล อยู่ได้นานที่สุด.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่