“รัฐบาลอนุทิน 2” ยังไม่ทันจะเดินหน้าทำงานเป็นทางการ ท่านผู้นำยกมือไหว้ขอโทษประชาชนเสียแล้ว “ต้องขออภัยและขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน เราตัดสินใจใน 15 วันแรกที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน ให้ประชาชนได้มีการปรับตัว” คำกล่าวของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ “1 เดือนวิกฤติโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มี.ค. 69
จะว่าไปแล้ว โลกใบนี้มันไม่เหมือนเดิมมานานนับปี หลากหลายปัญหาที่คนไทยไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ก็ประสบพบเจอกันเป็นว่าเล่น วันที่นายกฯขอโทษประชาชน ประจวบเหมาะเป็นวันครบรอบ 1 ปี โศกนาฏกรรมตึก สตง.ถล่ม (28 มี.ค. 68) ผลพวงจากแผ่นดินไหวในเมียนมา แรงสั่นสะเทือนมาถึงไทย มีเพียง ตึก สตง. พังครืนลงมาเพียงตึกเดียวเท่านั้น
จากต้นปีขยับมาปลายปี 68 ชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา เผชิญพายุฝนถล่ม ภาพจำของชาวบ้าน วันเสาร์ที่ 22 พ.ย.68 ตอนนั้น นายกฯหนู เพิ่งจะส้มหล่นได้ขึ้นเป็นผู้นำประเทศหมาด ๆ อุตส่าห์นำคณะลงพื้นที่ไปโชว์ฝีมือผัดข้าว นั่งรถแจกอาหาร ปลอบขวัญชาวบ้าน มีผู้นำท้องถิ่นนครหาดใหญ่การันตีเสียงดังฟังชัดว่า “เอาอยู่!” แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น
ค่ำวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 68 หายนะพายุฝนห่าใหญ่เรนบอมบ์ (Rain Bomb) ถล่มหาดใหญ่และอำเภอใกล้เคียง ปริมาณน้ำฝนทะลักเกินขีดจำกัด กลายเป็นมวลน้ำมหาศาลโจมตีเมืองหาดใหญ่จมบาดาล คร่าชีวิตชาวบ้านไปนับร้อยแบบไม่คาดฝัน กลายเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งประวัติศาสตร์ที่ชาวหาดใหญ่ต้องเล่าขานกันไปชั่วลูกหลาน
ประเดิมเก้าอี้นายกฯหนู จึงไม่ได้ราบรื่นโรยด้วยกลีบกุหลาบ จากโจทย์หินภัยธรรมชาติแล้ว ผ่านมาไม่กี่เดือน กำลังแต่งตัว ครม. มาเจอภัยสงคราม วิกฤติสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งแรงกระแทกไปทั่วโลก โดยเฉพาะวิกฤติพลังงาน หลายประเทศเริ่มทยอย ประกาศสภาวะฉุกเฉิน น้ำมันดีดขึ้นราคาแพง ค่าขนส่งก็พุ่งสูง สิ่งที่ตามมาติด ๆ คือ อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ ทั้งอุปโภคบริโภคนานาชนิด ราคาขยับขึ้นเป็นเงาตามตัว เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
หน้าที่ของ ผู้นำในยามชาติวิกฤติ คือ การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา เพื่อพยุงให้ประเทศเดินต่อไปได้ ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ใช่แก้ปัญหาให้นายทุน! ก่อนหน้านี้ วันที่ 15 มี.ค. 69 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ประสานเสียงยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤติ ปริมาณน้ำมันสำรองยังอยู่ในระดับเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน ขอให้มั่นใจ
เมื่อประเมินสถานการณ์พลาด ไม่คิดแบบเผื่อเหลือเผื่อขาด สุดท้ายขยับมาแค่ 10 วัน รัฐบาลต้องลักหลับ ปรับขึ้น
ราคานํ้ามันทุกชนิดพรวดเดียวลิตรละ 6 บาท ตอนกลางดึกของวันที่ 25 มี.ค. 69 กลายเป็นดราม่าเดือดพล่านเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา “พอแล้ว… รวยไม่ไหวแล้ว” แทบจะกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ เพราะช่วง 2-3 วันก่อนน้ำมันจะขึ้น ทุกปั๊มต่างติดป้ายน้ำมันหมดแทบทั้งสิ้น จนชาวบ้านต่างออกมาประณาม ไอ้โม่งนายทุน สวาปามเงินส่วนต่างราคาน้ำมัน ท่ามกลางความเดือดร้อนของชาวบ้าน
นับจากนี้หลังน้ำมันลอยตัวขึ้นราคา สิ่งที่ชาวบ้านจะต้องผจญความเดือดร้อนจึงเป็นเรื่องการพิสูจน์ฝีมือการแก้ปัญหาของ ผู้นำรัฐนาวา และบรรดา คณะรัฐมนตรี จะจัดลำดับสำคัญอย่างไรบ้าง? หากมันดูไม่ชอบมาพากล ประชาชนก็ย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองที่ตัวเองลงคะแนนเลือกเข้ามาได้ เพราะเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมจะเข้ามาแก้ไขปัญหา
แต่ถ้าเกาไม่ถูกที่คัน บริหารแบบ “นายทุน” รวยกันไม่ไหวแล้ว! เสวยสุขบนความทุกข์ยากของคนในชาติ ระวังคลื่นพลังความเดือดของชาวบ้านยามข้าวยากหมากแพง จะกลายเป็น “Rain Bomb” ถล่มรัฐบาลแบบไม่ทันตั้งตัวก็ได้.
เชิงผา



