นับจากวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายการทำงานต่อสมาชิกรัฐสภา ผ่านไปแล้ว 6 เดือน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย คงต้องพิจารณาปรับคณะรัฐมนตรี (ปรับ ครม.) ที่ไม่มีผลงาน ทำงานไม่เอาอ่าว และรัฐมนตรีสายล่อฟ้า ที่มาจากโควตา “บ้านใหญ่” รวมทั้งรัฐมนตรี “ลูกเทพ” และรัฐมนตรีสาย “เทคโนแครต” ออกไปบ้าง เพื่อความเหมาะสม
ปรับเปลี่ยนเอาคนที่ชอบทำคอนเทนต์พีอาร์ฉาบฉวยออกไปบ้าง รวมทั้งคนที่ไม่ได้คิดทำโครงการอะไรใหม่ ๆ เพื่อหารายได้เข้ารัฐ แต่จ้องจะดูดเงินจากกระเป๋าประชาชน แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน
20 มิ.ย. 69 ใครที่จะบินไปต่างประเทศ เตรียมควักกระเป๋าจ่ายเพิ่ม เพราะบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “AOT” จะเก็บค่าบริการขาออกไปต่างประเทศใหม่ จาก 730 บาท/คน เป็น 1,120 บาท/คน ใน 6 สนามบิน คือ สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-เชียงใหม่-แม่ฟ้าหลวง เชียงราย-ภูเก็ต-หาดใหญ่
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญ วรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่ามีแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี 2526 ที่ประเทศไทยเคยจัดเก็บมาแล้วช่วงปี 2540
คือจะจัดเก็บเงิน 1,000 บาท คนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากจะเที่ยวในประเทศอยู่แล้ว จะได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น แต่ไม่เก็บกับคนที่ไปเรียน-ทำงาน ขณะนี้ยังเป็นเพียงการศึกษา ยังไม่สรุปว่าจะเข้าที่ประชุมครม.เมื่อไหร่ เป็นการฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บ ควรเก็บเท่าไหร่ที่เหมาะสม แต่ไม่เกิน 5,000 บาท/คน
ในห้วงเวลาใกล้กัน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ไปไลฟ์สดกับ “พิมรี่พาย” จะขายทุเรียนพรีเมียม เนื้อครีม ลูกละ 100 บาท 1 ล้านลูก กลายเป็นกระแสดราม่าใหญ่โต จนนางศุภจีต้องถอย! ออกมาชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ แต่เป็นเทคนิคการทำโปรโมชันของ “พิมรี่พาย”
คนระดับ รมว.พาณิชย์ไม่รู้ข้อมูลพื้นฐานหรือว่า ปีที่ผ่าน ๆ มา “ทุเรียน” ไม่ได้มีปัญหา “ล้นตลาด” ราคาไม่ได้ตกต่ำเหมือนมะพร้าว-มะม่วง-ปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง เกรด A-B-C ราคาหน้าสวน ส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่า กก.ละ 100-150 บาท ถ้าทุเรียนเกรด D ประมาณ กก.ละ 70-90 บาท
ทุเรียนไม่ได้ขายเป็นลูก! แต่ขายเป็นกก. เกรด A-B-C-D น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2 กก. ไปถึง 3-4 กก./ลูก แล้วคุณจะเอาทุเรียนอะไรมาขายลูกละ 100 บาท ในช่วงต้นฤดู ซึ่งยังเป็น “ทุเรียนมีดแรก”
นางศุภจีควรจะ 1.เร่งหาตลาดใหม่ ๆ นอกจากตลาดจีนให้กับทุเรียนไทย เช่น ตลาดอินเดีย–ตะวันออกกลาง–ยุโรป 2.ช่องทางการขนส่งทุเรียนที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าขนส่ง และตู้คอนเทเนอร์มีพอหรือไม่ 3.ปัญหานอมินี “ล้งทุเรียน” เอาเปรียบชาวสวน
4.ปัญหาสารเคมีต่าง ๆ ตกค้างในทุเรียน ส่งผลให้ทางการจีนมีมาตรการกีดกัน และกักทุเรียนไว้ที่ด่านนานกว่าปกติ 5.มาตรการช่วยชาวสวนลดต้นทุน เช่น ปุ๋ยราคาถูกและ 6.ติดต่อประสานงานข้ามกระทรวง เพื่อช่วยลดขั้นตอน ลดอุปสรรคในการขึ้นทะเบียน “GAP” เพื่อพัฒนา ยกระดับสวนทุเรียน
ทีมงานของ รมว.พาณิชย์มีเป็นโขยง! ช่วยแนะนำเรื่องพื้น ๆ แบบนี้กันบ้างหรือเปล่า?.
พยัคฆ์น้อย



