ในเมื่อ “นายราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ต้องการจบเรื่องถูกโยกย้ายเข้ากรุ ในตำแหน่ง “ผู้ตรวจราชการ” ทั้งที่ในจดหมายลาออกระบุเอาไว้ชัดเจนว่า“ไม่สามารถสนองฝ่ายการเมือง” ดังนั้นโอกาสที่สังคม จะได้รับรู้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม คงเป็นเรื่องยาก
ทั้ง ๆ ที่ประเด็น ที่ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นเรื่องอ่อนไหว ซึ่งยุคนี้สังคมต้องการความโปร่งใส ไม่อยากให้นักการเมือง ที่มีตำแหน่ง ในฝ่ายบริหาร หาช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ ในรูปแบบต่าง ๆ ยิ่งเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นห้วงเวลาที่ “นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ “รมว.เกษตรและสหกรณ์” ได้ไม่นาน ต้องไม่ทำให้สังคมหวาดระแวง หรือมีมุมมองในทางลบ
อย่างเช่นก่อนหน้านี้มีโทรศัพท์อ้างว่า เป็นอดีตซีอีโอของสายการบินชื่อเป็นสัตว์ แต่อยู่บนอากาศ ตัวย่อ นามสกุล
“จ” ประสานมา เพื่อขอดูงานซ่อมอากาศยาน แต่ “นายราเชน” ต้องไป ราชการเลยไม่ได้พบ ต่อมามีการประสานมายังหน้า
ห้อง อ้างว่าเป็นเครือญาติผู้ใหญ่ มาขอพบแต่ก็ไม่ได้พบ เพราะไป ทำเรื่องฝุ่น อยู่ที่หัวหิน ครั้งล่าสุดทำฝุ่นอยู่เชียงใหม่ ก็ติดต่อมาอีกครั้งที่หน้าห้อง ขอพบบอกว่าเป็นหลานของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
หรือเมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์ลึกลับ บอกให้นำคำขอจัดทำงบประมาณปี 70 ไปพบผู้ใหญ่ที่ชั้น 4 ที่ทำการพรรคแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดี เพราะผู้ใหญ่ต้องการดูการตั้งงบประมาณ ก็ไปเกือบทุกกรม “นายราเชน” ยืนยันไม่ใช่เด็กนักการเมืองพรรคเดิม ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล
เพราะก่อนหน้านี้ทำงานผ่านมา 3 รัฐมนตรี ก่อนหน้านั้นเป็นหัวหน้าสำนักงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต รมว.เกษตรฯ พอ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เข้ามาบริหาร เห็นว่าทำงานได้ก็ตั้งเป็นอธิบดี
“อธิบดีกรมฝนหลวงฯ” ยังตั้งคำถาม ผิดอะไรถึงต้องย้าย ส่วนประเด็นมีคนมาดีลขอโควตาอาจเป็นหลานท่าน ให้ไปถามกันเองว่าจริงไหม โทรฯ ตามผมขอดีลงาน 5-6 ครั้ง ตนมีหลักฐานครบ ว่าโทรฯ มาจริงไหม และ ฝากให้ถามทุกอธิบดีว่า โดนเรียกไปคุยเรื่องงบปี 70 ที่ถนนวิภาวดีหรือไม่
แต่พออธิบดีกรมฝนหลวงฯ เตรียม ยื่นหนังสือลาอุปสมบท ตามระเบียบของทางราชการ โดยได้กำหนดการเข้าพิธีอุปสมบทในวันที่ 25 พ.ค.69 และจะเดินทาง ไปจำพรรษา เพื่อปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี จนถึงวันที่ 23 มิ.ย. 69 โดยระบุอีกว่าเป็นคนชอบทำบุญ ปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว ทั้งนี้ ระยะเวลาการบวช 1 เดือนจะสิ้นสุดลง ในช่วงที่หนังสือลาออกจากราชการ มีผลบังคับใช้พอดี
ที่น่าสนใจคือคำพูดที่ว่า ตลอดระยะเวลา ที่มีกระแสข่าว สมาชิกในครอบครัวต้อง เผชิญกับแรงกดดัน และได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนบอบช้ำมากแล้ว จึงอยากให้ทุกฝ่ายยุติ การวิพากษ์วิจารณ์ และให้เรื่องจบลงเพียงเท่านี้
คำถามคือใครไปกดดัน และ กดดันด้วยเรื่องอะไร จนทำให้ “นายราเชน” ต้องหยุดเคลื่อนไหว ทั้งที่ระบุว่ามีข้อมูลครบ นั่นหมายความว่า เรื่องราวที่ สังคมให้ความสนใจ และเกี่ยวข้องกับประโยชน์ ไม่ได้มีการ เปิดเผยออกมา และตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกหรือไม่
ต่อมา “ดร.วุฒิภูมิ จุฬางกูร” ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ สายการบินนกแอร์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกแอร์ ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง และ ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่มีการ พาดพิงถึงตนเอง ในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ ให้เห็นแล้วว่า ข้อกล่าวหาเหล่านั้น ไม่เป็นความจริง
แต่สื่อบางสำนัก ออกมา เปิดเผยข้อมูล ช่วงหลังการเลือกตั้ง ติดต่อรวม 7 ครั้ง หลังจากไม่ได้มีการติดต่อกันนานถึง 7 เดือน 17 วัน (รวม 251 วัน) แต่ยืนยันว่าผู้บริหารของสายการบินนกแอร์ ไม่เคยเข้าพบอธิบดี ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน
ครับ…อากาศยานของ กรมฝนหลวงฯ มีอยู่ 30 กว่าลำได้ค่าซ่อมบำรุง ปีละประมาณ 300 ล้านบาท การซ่อมเมื่อถึงวงรอบซ่อม เปลี่ยนอุปกรณ์ ก็ ตกประมาณ 30-40 ล้าน หรืองบก้อนนี้ใครก็อยากได้ แต่จะด้วยวิธีอะไร คงเป็นเรื่องที่ต้องค้นหาความจริง.
“เขื่อนขันธ์”



