สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า ปรินซ์ แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารที่บริหารงานโดยบริษัท ปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป ออกแถลงการณ์ยืนยัน ว่าธนาคารทุกสาขาในกัมพูชา รวมถึงบริการที่เคาน์เตอร์ บริการตู้กดเงินสดหรือเอทีเอ็ม และบริการออนไลน์ ยังคงให้บริการตามปกติ
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของปรินซ์ แบงก์ ยืนยันว่า เป็นสถาบันการเงินที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กับธนาคารกลางกัมพูชา และเน้นว่า การดำเนินการของสหรัฐและสหราชอาณาจักร “ไม่มีผลกระทบ” ต่อบริการของธนาคารในกัมพูชา แต่ “หุ้นส่วนในต่างประเทศอาจได้รับผลกระทบ”
Prince Bank customers have been left frustrated & panicked after the US- &UK-sanctioned bank’s app and website went down, leaving them unable to access their money or make transactions, despite the bank’s assurances that all services are operating normallyhttps://t.co/0ejWEbAjf3
— Noan Sereiboth (@noansereiboth) October 15, 2025
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า บรรดาลูกค้าของธนาคารมีความกังวลมากขึ้น ว่าจะไม่สามารถถอนเงินและโอนเงินได้ เนื่องจากยังไม่สามารถเข้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของธนาคารได้ นับตั้งแต่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ดำเนินคดีกับนายเฉิน จื้อ นักธุรรกิจซึ่งถือสัญชาติกัมพูชา จีน และสหราชอาณาจักร วัย 37 ปี เปิดบริษัท ปรินซ์ โอลดิง กรุ๊ป บังหน้าการทำอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็นศูนย์หลอกลวงให้เหยื่อทำงานเป็นสแกมเมอร์ ล่อลวงผู้เสียหายทั่วโลกให้ร่วมลงทุนในเงินดิจิทัล
ตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันดำเนินการยึดทรัพย์ของนายเฉิน จื้อ และปรินซ์ โฮลดิง จำนวน 127,271 บิตคอยน์ หรือราว 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 486,367.50 ล้านบาท) และหากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง นอกจากการถูกยึดทรัพย์ นายเฉิน จื้อ อาจเผชิญกับบทลงโทษจำคุกเป็นเวลานานสูงสุด 40 ปี
อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศอายัดอสังหาริมทรัพย์ 19 แห่งในกรุงลอนดอน ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,356.71 ล้านบาท) ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายเฉิน จื้อ.
เครดิตภาพ : AFP



