เมื่อเวลา12.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (ตามมาตรา 63 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.คณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522) ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา คือนายนพดล เภรีฤกษ์ ดำเนินการแล้วเสร็จ

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ตนจะไม่อภิปรายในส่วนที่เป็นการประชุมลับ เพราะเป็นเรื่องปิดประตูตีแมว ประชาชนไม่ทราบอะไรเลย เป็นการกล่าวหายกย่องกันเอง ตามที่อยากให้เป็น อยากให้คนไหนได้ ก็ยกย่องกันไป ประชาชนเห็นต่างอย่างไรก็ไม่นำพา แล้วเราก็พากันลงมติไม่ให้เปิดเผยรายงานการประชุมในเรื่องเหล่านี้ แบบนี้เรียกลับ ลวง พรางหรือไม่ คนที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญขนาดชี้เป็นชี้ตายประเทศ สมควรแล้วหรือที่เราจะมาทำแบบลับๆ ล่อๆ รู้กันแค่ 138 คนเท่านั้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาเปิดเผยข้อมูลการเลือกองค์กรอิสระให้โปร่งใส ตรงไปตรงมา ประชาชนเข้าถึงได้ เพราะ สว.ชุดนี้ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน ย่อมขาดความชอบธรรมในการดำเนินการเรื่องใหญ่ๆ ที่ส่งผลต่อประเทศ

น.ส.นันทนา กล่าวต่อถึงคลิปการเก็บโพยฮั้วในที่เลือก สว. ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 67 จน พล.อ.เกรียงไกร ในฐานะประธานการประชุม เตือนให้อภิปรายให้อยู่ในประเด็น แต่ น.ส.นันทนา ยืนยันว่า อภิปรายอยู่ในประเด็น เพราะกำลังพูดถึงกระบวนการของผู้ที่จะทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระ ที่ประชาชนสนใจ พล.อ.เกรียงไกร จึงชี้แจงว่า ประชาชนทราบกระบวนการดี ขอให้อภิปรายตรงประเด็น น.ส.นันทนา โต้ว่า กำลังอภิปรายตรงไปที่คุณสมบัติของผู้เลือก คือ สว. 200 คน เป็นส่วนหนึ่งของการเลือก คุณสมบัติของผู้ที่จะถูกเลือก กับคุณสมบัติของผู้ที่จะเลือกมีความสำคัญใกล้เคียงกัน แต่พล.อ.เกรียงไกร เตือนให้อภิปรายในประเด็นการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ถูกเลือก ไม่ได้อภิปรายเกี่ยวกับผู้เลือก น.ส.นันทนา ยืนยันซ้ำอีกครั้งว่าไม่ได้อภิปรายออกนอกข้อบังคับแต่อย่างใด

มีสมาชิกลุกขึ้นประท้วงประธานฯ ให้ควบคุมการประชุมให้อยู่ในประเด็น พล.อ.เกรียงไกร ชี้แจงว่า กรณีฮั้ว สว. อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรม ขอให้อภิปรายตรงประเด็น แต่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า หากสะเทือนใจ ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้ ทำให้พล.อ.เกรียงไกร ชี้แจงว่า มันไม่มีใครสะเทือนใจ ขอให้คำนึงถึงมารยาทด้วย

น.ส.นันทนา ยังกล่าวว่า “ดิฉันจะข้ามเรื่องฮั้ว สว.ไปเลย เพราะดูเหมือนว่าสะเทือนใจกันหลายคน ดิฉันไม่อาจกล่าวได้ว่าตุลาการทั้ง 9 และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาดคุณสมบัติข้อใด แต่ทันทีที่ท่านได้รับการเลือกจาก สว.เสียงข้างมาก ท่านก็จะมัวหมองทันที เพราะสังคมจะมองว่า ท่านได้รับอำนาจจากผู้ที่มีประโยชน์ทำซ้อน จากการเลือกท่าน ส่วนท่านที่ไม่ได้รับเลือก ก็จะเสียโอกาส เพียงเพราะไม่เป็นที่พึงพอใจของคนกลุ่มนี้

ประชาชนกำลังติดตามคดีฮั้วเลือก สว.อย่างใกล้ชิด กกต. กำลังดำเนินการตรวจสอบสำนวนอย่างเร่งรีบ ในฐานะ สว.138 เสียง ที่อยู่ในสำนวน ควรมีสำนึก และยุติการเลือกองค์กรอิสระทั้งหมด รอจนกว่าศาลยุติธรรมจะตัดสินคดีจนถึงที่สุดก่อน เมื่อพิสูจน์ว่า ทุกคนบริสุทธิ์แล้วก็ค่อยกลับมาเลือกกันใหม่ หยุดทำลายเกียรติภูมิแห่งวุฒิสภาด้วยการชะลอการเห็นชอบองค์กรอิสระทั้งปวงตั้งแต่วันนี้”

เมื่อ น.ส.นันทนา อภิปรายเสร็จ ได้เดินออกจากห้องประชุมไปทันที โดยที่ไม่รอฟังคำชี้แจงจาก กมธ. น.ส.อัจฉราพรรณ หอมรส สว.ในฐานะ กมธ. ลุกขึ้นกล่าวว่า ผู้อภิปรายก่อนหน้าไม่รอฟังชี้แจง ยืนยันว่าการให้ความเห็นชอบ เลขาฯ กฤษฎีกา ว่า เป็นไปตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ส่วนสาระสำคัญในรายงานการตรวจสอบคุณสมบัติ ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ก็เพราะว่า ข้อมูลบางส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเป็นการรายงานแบบลับ กมธ.ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด

จากนั้นเป็นการรับทราบรายงานลับ จนกระทั่งเวลา 13.08 น. ที่ประชุมจึงมีมติลงคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ นายนพดล ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 147 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบไม่มี งดออกเสียง 22 เสียง