ทั้งนี้ ปุจฉาเกี่ยวกับ “สงคราม 3 ชาติ 2 ฝ่าย” สงครามระหว่าง สหรัฐ+อิสราเอล vs อิหร่าน ที่โรมรันพันตู แล้วชาติอื่น ๆ ก็พลอยกระทบด้วย มากบ้างน้อยบ้างนั้น เป็นเรื่องที่นักวิเคราะห์ทั่วโลก รวมถึงนักวิเคราะห์ไทย พยายาม “ไขรหัส” กันมาก… เนื่องจากมีหลาย ๆ จังหวะ หลาย ๆ จุด…
“ดูจะผิดแผก” และ “ดูเร่งรีบเกินไป”
จน “นำสู่ปุจฉา” มีการ “ค้นหาวิสัชนา”
ที่อาจเป็น…“ชนวนรบในสงครามนี้??”

ดร.รุสตั้ม หวันสู
เกี่ยวกับการ “ไขรหัสศึกอิหร่าน” ครั้งนี้นั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาควิชารัฐศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์เอเชียแปซิฟิกศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีการจัดเสวนาผ่านระบบออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “อิหร่าน–อิสราเอล–สหรัฐ : ใครสู้เพื่ออะไร? และระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนอย่างไร?” โดยนักวิชาการที่ติดตามสถานการณ์นี้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมอง รวมถึงให้ทัศนะที่มีต่อสงครามครั้งในประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่ “เหตุผล” ที่ทำให้ “พี่ใหญ่สหรัฐ”…
“ต้องกระโจนใส่” เพื่อ “ร่วมทำศึกนี้”
ที่ลึก ๆ “อาจมีเงื่อนงำเบื้องหลัง??”
สำหรับ “มุมวิเคราะห์” ของบรรดานักวิชาการไทยในเวทีดังกล่าวนี้ ก็มีแง่มุมที่ถูกวิเคราะห์ออกมาในหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ “เหตุผล–ปัจจัย” ที่ทำให้ “พี่ใหญ่โลกเสรี” อย่าง สหรัฐอเมริกา ต้องกระโจน “ร่วมหัวจมท้ายกับอิสราเอลในการทำศึก” โดยที่มี อิหร่านเป็นเป้าหมาย ซึ่งเรื่องนี้ทาง ดร.รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) สะท้อนไว้ว่า… ในแง่ความขัดแย้ง อิหร่านกับอิสราเอลเป็นคู่ขัดแย้งเก่า มานานหลายสิบปี แต่เหตุที่ทำให้สหรัฐต้องเข้าทำศึกครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะ สัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากของสหรัฐกับอิสราเอล ทำให้นโยบายต่างประเทศสหรัฐให้ความสำคัญอิสราเอลเป็นอันดับต้น ๆ จนเป็น “ชนวน” ทำให้ สหรัฐต้องร่วมกับอิสราเอล…
ต้องร่วม “เปิดหน้าชกกับอิหร่านด้วย”

นักวิชาการสถาบันสันติศึกษา มอ. วิเคราะห์ไว้เพิ่มเติม และสะท้อนว่า… ที่ผ่านมาแม้อิสราเอลจะมีความเข้มแข็งทางการทหารมากที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ลึก ๆ อิสราเอลก็กลัวความเข้มแข็งของอิหร่านมาก โดยเฉพาะหลังจาก “สงคราม 12 วัน” ก่อนหน้านี้ ที่อิสราเอลปะทะกับอิหร่าน และผลปรากฏว่า… อิสราเอลไม่ชนะ แถมเสียหายหนักมาก ซึ่งสงครามนี้เองทำให้อิสราเอลมองว่า… หากสู้อิหร่านตัวต่อตัวคงสู้ไม่ไหว หรือยืนระยะไม่ได้ จึงต้องดึงสหรัฐเข้าร่วม เพื่อหวังที่จะ “บั่นทอนความแข็งแกร่งอิหร่านให้ได้มากสุด” เพื่อที่อิสราเอลจะได้รักษาอำนาจนำของตนในภูมิภาคนี้ต่อไป…
“จากข้อมูล และมุมมองส่วนตัว เชื่อว่า… ทรัมป์น่าจะถูกบีบจากหนึ่งในเครือข่ายที่ทรงอำนาจในสหรัฐ อย่างกลุ่มไอแพค (AIPAC) ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ชาวยิวที่มีบทบาทสูงในวงการเมืองอเมริกาที่อิสราเอลอาจใช้กลไกนี้ พร้อมกับวิธีการต่าง ๆ บีบให้ทรัมป์ยอมลุยอิหร่านร่วมกับอิสราเอล จนเป็นสงครามที่ดูฉุกละหุก ผิดจากทุกครั้งของสหรัฐ” …เป็น “ข้อสังเกตชวนคิด” ของ ดร.รุสตั้ม นักวิชาการ มอ. ที่วิเคราะห์เหตุผลกรณี “สหรัฐต้องร่วมกับอิสราเอลสู้”
“แรงบีบ” ของ “เครือข่ายทรงอำนาจ”
นี่อาจ “นำมาสู่การที่ทรัมป์ช็อกโลก!!”

ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์
ทั้งนี้ “ข้อสังเกต” ที่อาจารย์สถาบันสันติศึกษา มอ. ระบุไว้ ที่มองว่า…เหตุที่ทำให้ทรัมป์ต้องนำสหรัฐเล่นเกมเร็วกับอิหร่านฉุกละหุกเช่นนี้ เป็นไปได้ว่า… ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากแรงบีบของกลุ่มไอแพค (AIPAC) หรือ American Israel Public Affairs Committee ที่อาจใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อ “บีบสหรัฐให้เล่นตามเกมอิสราเอล” จนส่งผลให้ สงครามครั้งนี้เร่งรีบเกินไป–ไม่มีเป้าหมายชัดเจน นี่ก็สอดคล้องกับมุมมองของ ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ ภาควิชารัฐศาสตร์ มศว ที่ก็ได้ตั้ง “ข้อสังเกตจังหวะการเข้าสู่สงครามของสหรัฐ” รอบนี้ ที่เมื่อเทียบกับ “สงครามอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐบุกอิรัก”…
ครั้งนี้ดูจะ “ผิดสังเกต–มีความผิดปกติ”
“ถ้าหากเทียบกับสงครามอิรักปี 2003 การเข้าสู่สงครามของสหรัฐรอบนี้ดูฉุกละหุก ไม่มีแบบแผน และดูผิดปกติจากทุกครั้ง เพราะปกติจะเตรียมการอย่างดี และต้องมีพันธมิตร เช่น อังกฤษ เข้าร่วมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้สหรัฐเข้าสนามรบโดยไร้อังกฤษ แถมมหาอำนาจยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน ก็ปฏิเสธจะเข้าร่วมช่วงแรก” …นี่เป็น “ความผิดปกติ” ที่ทาง ผศ.ดร.มาโนชญ์ ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ …ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐ+อิสราเอล vs อิหร่าน กลายเป็น “ปริศนาที่โลกฉงน?” โดย “ชวนให้คิด” ว่า “ความผิดปกติหลายจุด” ของสงครามรอบนี้อาจ“มีเบื้องลึก?-มีเบื้องหลัง?”
เพราะ “ความไม่ปกติดูจะมีเงื่อนงำ??”
ทำให้ “ศึกอิหร่านยิ่งถูกวิเคราะห์มาก”
ซึ่ง “ตอนหน้ามาดูการไขรหัสกันต่อ”…
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



