มีการตั้งข้อสังเกตเรื่อง “มีใครในรัฐบาลได้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาน้ำมันหรือไม่ ?”  แต่ค่าพลังงานสูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอื่น อย่างการผลิตข้าว ก็ต้องมีค่าน้ำมันรถไถ ค่าน้ำมันรถขนส่ง องค์ประกอบสำคัญในห่วงโซ่ซัพพลายเชนราคาขึ้น อย่างอื่นไม่ขึ้นราคาตามก็แปลก

เมื่อสินค้าขึ้นราคา สิ่งที่รัฐทำได้คือการตรึงราคาสินค้าจำเป็นไว้บางตัว อาจมีแนวทางช่วยเหลือผู้ผลิตบ้าง หรือเอาเงินไปโปะไม่ให้ราคามันถีบตัวขึ้นสูงทันที อย่างเรื่องน้ำมันนี่ก็ว่ากันว่า ที่รีบตั้ง ครม.เพราะอาจมีความจำเป็นต้องออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อตรึงราคาน้ำมัน เมื่อวันที่ 23 มี.ค.นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมนำสินค้าทางเลือกราคาประหยัดมาขายให้ ส่วนเม็ดผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ที่กังวลว่าขาดแคลนในเดือนเม.ย. ยืนยันว่ายังมีเพียงพอ ใช้ได้นานกว่านั้น  

การประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)ในวันที่ 25 มี.ค. จะปรับเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องควบคุมราคา  สินค้ารายการเดิม จะเพิ่มมาตรการกำกับดูแลอีก 13 รายการ อาทิ กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ จากเดิมที่เพียงแจ้งเปลี่ยนแปลงราคา เป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง โดยทั้งหมดหาก กกร.เห็นชอบแล้ว จะเสนอให้ ครม.อนุมัติในสัปดาห์ถัดไป

ในการประชุมวุฒิสภา นายปฏิมา จิระแพทย์ สว. กล่าวว่า วิกฤติพลังงานกระทบราคาสินค้าทุกประเภท เช่น ราคาไข่ไก่สูงขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่  22 มี.ค. ได้คุยกับผู้บริหารบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ ได้รับแจ้งว่า มาม่ากำลังขึ้นจะราคา  แต่นายวิทยากร ยืนยันว่า  ยังไม่มีผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใดแจ้งขอขึ้นราคามา เพียงแต่แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาบรรจุภัณฑ์ไม่เพียงพอ ซึ่งกรมการค้าภายในพยายามเข้าไปแก้ปัญหาให้  

ที่กระทบกับการผลิตนอกจากน้ำมันคือปุ๋ย ทางกรมการค้าภายในว่า ยังมีสินค้าในประเทศใช้ได้ถึงอย่างน้อยเดือนพ.ค. และแม้สินค้าบางส่วนจากตะวันออกกลางจะยังส่งมาไม่ได้ แต่ระหว่างนี้ได้ทยอยนำเข้าจากแหล่งอื่น เช่นมาเลเซีย แล้ว น้ำมันปาล์มยืนยันว่าราคาปัจจุบันซึ่งเป็นสต็อกเก่าขายอยู่ 42 – 50 บาทต่อขวด 

นอกจากนี้ กรมฯ มีแผนงบประมาณเพิ่มเติมดูแลค่าครองชีพประชาชน เพื่อจัดมหกรรมธงฟ้าสินค้าราคาประหยัดให้ครบทั้งประเทศ จากเดิมจัด 60 ครั้ง  เช่นเดียวกับโครงการธงเขียวพลัส ปุ๋ยราคาประหยัด จะของบเพิ่ม จากปัจจุบันช่วยเหลือเกษตรกรใน 10 จังหวัด จะขยายให้ครบ 50 จังหวัด  

เรื่องของแพง เป็นจุดให้โจมตีรัฐบาลทุกชุด รัฐบาลอนุทิน 2 มีปัจจัยอันควบคุมยากด้วย คือภาวะสงครามตะวันออกกลาง และสงครามเขมรที่ยังอยู่ทำให้การส่งออก-เศรษฐกิจชายแดนมีปัญหาเพิ่มเข้ามา  เมื่อ“รัฐบาลไม่เป็นที่รัก” เวลาพูดอะไรไม่เข้าหูใครนิดเดียว เห็นจะมีฝ่ายตรงข้าม ชาวเน็ต ไอโอ ฯลฯ เอาไปขยายเล่นมุขเสียดสีตะบี้ตะบันซะใหญ่โต .. นายกฯ มี “คำจำ”ยิ่งน่าเล่นงาน ตัว “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ก็มีคำจำด้วยคือ “รวยไม่ไหวแล้ว”   

ตอนนี้ก็มีคนชังรัฐบาลเอาไปล้อกันใหญ่ ..รวยไม่ไหวแล้วเป็นไงล่ะ จะอดตายกันหมดแล้ว…ก็พูดให้เวอร์วัง จนบางทีก็น่าสนใจว่า คนพูดพูดเองแล้วเครียดเองหรือเปล่า ? เมืองไทยมันไม่ตกอับถึงกับอดตายหรอก โดยตัวทรัพยากรธรรมชาติ โดยตัวการปกครอง  แต่พอไม่รักไม่ชอบกันแล้วก็แขวะท่าใหญ่กันไว้ก่อน

พอรัฐบาลบอกให้ประหยัด เพราะพลังงานแพง สายชังรัฐบาลก็จิกกัดเหน็บแนมอีกว่า มีปัญญาทำแค่นี้เหรอ ?…ก็ไม่ทราบว่าต้องการให้รณรงค์อย่างไรถึงจะยอม  เรื่องการขอความร่วมมือประหยัดพลังงานมันมีมาตลอดตั้งแต่ยุคที่เราตระหนักเรื่องภาวะโลกร้อน และเมื่อมีภาวะสงครามที่ข้าวของขึ้นราคาเข้ามาอีก  มันก็ยิ่งเป็นสามัญสำนึกที่คนในสังคมควรประหยัด  แต่นี่กลายเป็นเมื่อไรที่รัฐบาลที่คุณไม่ชอบบอกให้ประหยัด นั่นหมายถึงน่าเย้ยหยันไยไพนักว่าแพ้  จะให้ใช้ธงฟ้าก็ว่ามีปัญญาแค่นี้ ..ไม่รู้จะเอารัฐบาลพระศรีอาริย์ที่ไหนมาทำให้อยู่เย็นเป็นสุขกันทั้งแผ่นดินแล้ว เจ้าประคุณเอ๋ย

สายชอบรัฐบาลจนถึงคนที่กลางๆ บางทีเห็นก็หมั่นไส้กลุ่มคนไร้สุข ที่ต้องมีเงื่อนไขทุกเรื่องเวลาที่เขารณรงค์ให้ทำอะไร น้ำมันแพงไม่ใช่เพราะไทย แต่เพราะปัญหาตะวันออกกลาง  อยากให้รัฐบาลพูดว่าอะไร “ใช้โลดไม่ต้องประหยัดพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง” อย่างนั้นหรือ ??  น่าสนใจและน่าสงสัยว่า ถ้าไม่ใช่รัฐบาลอนุทิน แต่เป็นรัฐบาลพรรคประชาชน รัฐบาลส้ม เราจะเห็นรีแอคชั่นเวลาน้ำมันแพงอย่างไร ? โดยเฉพาะแฟนคลับส้มนี่ใช้อินเทอร์เนตเยอะด้วย

แฟนคลับส้ม ไม่ชอบรัฐบาลอนุทินนัก เท่าที่คุยๆ ดูเขาว่า ส่วนหนึ่งก็เรื่องที่เสี่ยหนูหักหลังชิงยุบสภาก่อนแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ แต่บางคนก็ว่าไม่ได้เกลียดเพราะเรื่องนี้ เนื่องจากตอนนั้น“ส้มไร้เดียงสา”เอง ..ที่เกลียดเพราะการเลือกตั้งดูเหมือนไม่โปร่งใสเป็นธรรม เขาว่า“เชื่อได้ว่า”กกต. ทำตัวเป็นคุณต่อพรรคน้ำเงิน ..ซึ่งถ้าเลือกจะใช้เหตุผลนี้ให้เกลียดก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร เพราะคนเรายึดมั่นกับชุดความเชื่อ-เหตุผลที่เข้ากับทัศนคติเดิม และก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่เมื่อมีข้อคับข้องใจว่า มีความอยุติธรรมเกิดขึ้น  เราก็ต้องการหาตัว“คนร้าย”ในใจ

รัฐบาลทำอะไรก็ถูกจิกกัด ประโยคที่ใช้บ่อยที่สุดคือ“ก็เลือกกันมาเอง” ก็ไม่อยากว่าด้อมส้ม เพราะจนถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกกันจริงๆ ว่า “กรรมการไม่เป็นธรรม” แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละคน แต่ละฝ่ายก็ต้องก้าวต่อไปทำงานของตัว คนพรรคส้มเขาก็เตรียมเสนอกฎหมาย เตรียมยื่นกระทู้อะไรของเขาไปแล้ว ทางด้อมส้มเองก็เตรียมมีส่วนร่วมเพื่อความแน่นเหนียวกับพรรคเพิ่มขึ้น ในนโยบาย “อาสาส้ม”เครือข่ายพรรคประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งออกแบบมาสู้ระบบบ้านใหญ่

ถ้าวันนี้ที่มีปัญหา เป็นรัฐบาลพรรค ปชน. เสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลและผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ?  เราเห็นเสียงสะท้อนจากด้อมส้มได้ง่าย เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ดูจากการ“แสดงความรัก”ต่อพรรคที่ชอบแล้ว อารมณ์การสื่อสารในสื่อไทยก็คงจะซอฟต์และร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างดี อย่างเช่น เกิดนายกฯ จากพรรค ปชน.บอกว่า “น้ำมันแพง เราต้องช่วยกันประหยัด” จะมีเนื้อหาที่ช่วยเด็กปั๊มอธิบายให้คนแห่ไปเติมว่า การบริหารสต๊อกน้ำมันควรต้องไว้ใจรัฐบาล , อธิบายว่า ภาวะนี้ต้องแบ่งปันไม่ใช่ต้องเติมน้ำมันเต็มถังตลอดเวลา  เชิญชวนใช้รถสาธารณะ

อาจมีเน็ตไอดอล หรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่เป็นกองเชียร์ส้ม ช่วยทำคลิปโชว์การประหยัดพลังงาน ประหยัดน้ำมัน พร้อมรณรงค์ให้เข้าใจว่า “ มันเป็นปัญหาระดับโลกที่กระทบมาถึงไทย ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะในประเทศหรือภูมิภาคเท่านั้น it is a global crisis” กระทั่งถ้ามีใครในรัฐบาลส้มส่งเสริมปลูกผักเลี้ยงไก่เอาไข่เพื่อลดค่าใช้จ่าย ก็จะมีอินฟลูบางคนทำโชว์ สอนฮาวทูง่ายๆ เผลอๆ มีทำบัญชีให้ดูด้วยประหยัดจริง  ..ก็อารมณ์แบบก็คนมันรัก เขาพูดอะไรก็ช่วยสนับสนุน

 มีหัวคะแนนธรรมชาติ พรรคไม่เหนื่อย ทำการสื่อสารสร้างสรรค์ช่วยอธิบาย.. “ความรักและศรัทธาในแบรนด์พรรค”เช่นนี้พรรคแดงเคยทำได้ ปัญหาคือ พรรคภูมิใจไทยอยากทำหรือไม่ ถ้าทำ ทำอย่างไรดี เพื่อจะได้มีแนวร่วมภาคประชาชนช่วยเป็นฐานให้รัฐบาลบ้าง.

………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่