สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ว่าสืบเนื่องจากการที่กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขึ้นทะเบียนเป็นฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชื่อ "ไซคอฟ-ดี" ( ZyCoV-D ) ถือเป็นวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโคโรนาที่พัฒนาโดยใช้พลาสมิด ดีเอ็นเอ ( Plasmid DNA ) ตัวแรกของโลก
#ZyCovD is a three dose vaccine given on day zero, day 28th and then on the 56th day. This #VACCINE is approved for adults and adolescents above the age of 12. @ZydusUniverse MD Dr Sharvil Patel told us the supply of ZyCOV-D vaccine will begin in September.#ABPExclusive https://t.co/oQIkasNcB9
— Akhilesh Anand (@akhileshanandd) August 22, 2021
นายมันสุข มัณฑวิยา รมว.สาธารณสุขของอินเดีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ว่าบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนไซคอฟ-ดี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว เบื้องต้นผู้ผลิตคาดว่า น่าจะออกสู่ตลาดได้ ภายในเดือน ก.ย.นี้
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขกำลังร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับการฉีดวัคซีนในเด็ก และการกลับมาจัดการเรียนการสอนแบบปกติในโรงเรียน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ทั้งนี้ วัคซีนไซคอฟ-ดี เป็นแบบฉีด 3 เข็ม ห่างกันประมาณ 28 วัน มีหลักการทำงานคือ เป็นการใช้สารพันธุกรรมอย่างจำเพาะเจาะจงจากเชื้อไวรัสโคโรนา ไปกระตุ้นให้ดีเอ็นเอ หรืออาร์เอ็นเอในร่างกายมนุษย์สังเคราะห์รหัสคำสั่ง ให้ร่างกายผลิตโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนามของเชื้อไวรัส และโปรตีนส่วนนี้จะเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายรู้จักเชื้อโรค และสร้างภูมิคุ้มกันใหักับตัวเองจากโรคโควิด-19
India is going strong in its fight against COVID19! The first three dose needle-free #MakeInIndia COVID vaccine, ZyCoV-D, receives emergency use authorization for individuals aged 12 years and above. #IndiaFightsCorona @MoHFW_INDIA @mansukhmandviya @PIB_India @MIB_India pic.twitter.com/JGV08EBj4L
— MyGovIndia (@mygovindia) August 21, 2021
นอกจากเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากพลาสมิด ดีเอ็นเอ ตัวแรกของโลกแล้ว วัคซีนไซคอฟ-ดี ยังเป็นวัคซีน "ไร้เข็ม" ตัวแรกของโลก โดยเข้าสู่ร่างกายผ่านเครื่องมือเฉพาะ เพื่อส่งวัคซีนให้ซึมเข้าทางผิวหนังด้วยความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยลดความวิตกกังวลให้กับผู้ที่มีความกลัวต่อเข็มฉีดยาได้ และเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่อินเดียพัฒนาเองเป็นรายการที่สอง ซึ่งผ่านการยอมรับจากรัฐบาลนิวเดลี ต่อจากวัคซีน "โควาซิน" ( Covaxin ) ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตาย ผลิตโดยบริษัทภารัต ไบโอเทค
ขณะที่บริษัทไซดัส คาดิลลา ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีนไซคอฟ-ดี ยื่นเรื่องขอรับการพิจารณาจากรัฐบาลอินเดีย เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมข้อมูลสำคัญคือ ประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อ อยู่ที่ 66.6% จากการทดสอบทางคลินิกระยะที่สาม กับกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 28,000 คนทั่วประเทศ ในจำนวนดังกล่าวประมาณ 1,000 คน มีอายุ 12-18 ปี ส่วนการเก็บรักษาให้อยู่ในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

















