เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวไกล ถ้าไม่อยากให้ “ข้อ 41” กลายเป็นค้อนทุบ “8 พรรค” ประธานรัฐสภาต้องกล้าหาญนำข้อยกเว้นตอนท้ายของข้อ 41 มาใช้

ในการประชุมรัฐสภาวันนี้ ประธานรัฐสภาไม่ยอมใช้อำนาจวินิจฉัยว่า “การให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี” ไม่ใช่ “ญัตติ” จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับข้อ 41 ทั้งๆ ที่มีความเห็นของนักกฎหมายจำนวนมาก และความเห็นของฝ่ายกฎหมายประจำสภาผู้แทนราษฎร เป็น “หลังพิง” ให้

แต่กลับยอมให้ สส. จากฝั่ง 188 เสนอให้ลงคะแนนว่า การให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี เป็น ญัตติ จึงไม่อาจเสนอญัตติซ้ำได้ในสมัยประชุมเดียวกัน

ซึ่งผลที่ออกมา ก็คือ สว. และ สส. ฝั่ง 188 ร่วมกันลากไป จนทำให้เป็นญัตติ ไม่สามารถเสนอนายกฯ ชื่อซ้ำได้

ล่าสุด ประธานรัฐสภา พึ่งให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมครั้งหน้า 27 ก.ค. จะเสนอชื่อพิธา ไม่ได้แล้ว

ในเมื่อถูกลากกันไปเป็น “ญัตติ” แล้ว ผมหวังว่า ในการประชุมสัปดาห์หน้า ประธานรัฐสภา จะกล้าหาญใช้อำนาจของตนเอง นำข้อยกเว้นที่บัญญัติในตอนท้ายของข้อ 41 มาใช้

เพื่อวินิจฉัยว่า มีกรณี “เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป” ทำให้ประธานรัฐสภาสามารถเสนอญัตติที่มีหลักการอย่างเดียวกัน เข้ามาใหม่ได้ในสมัยประชุมเดียวกัน

ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพื่อพิธา

แต่เพื่อป้องกันมิให้ สว.+สส. 188 คน เอาข้อ 41 มากดดันให้ 8 พรรค แตก ด้วยการขู่ว่า แม้เปลี่ยนเป็นแคนดิเดต พท. แต่ถ้ามี ก.ก. ร่วมรัฐบาล ร่วมใน 8 พรรค ก็จะไม่โหวตให้ แล้วพวกเขาก็จะรวมหัวโหวตคว่ำเรื่อยๆ เป็นญัตติซ้ำเรื่อยๆ จนรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ฝั่ง 8 พรรค หมดสต๊อก จนบีบให้ “8 พรรค” แตก และพรรคก้าวไกลต้องถูกเตะไปเป็นฝ่ายค้าน

ชะตากรรมของ “8 พรรค” รัฐบาลในฝันของประชาชนร่วม 27 ล้านคน อยู่ในมือของประธานรัฐสภา