อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

เอ๊ะ-แมน สองครูผู้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จวง BNK48

“....ลองฟังเพลงนี้ครั้งเดียว จะไม่สามารถสลัดเนื้อและทำนองออกจากหัวคุณได้”  นี่คือคำพูดของหลายคนเมื่อฟังเพลงฮิต “คุกกี้เสี่ยงทาย” ของ “BNK48” ที่ตอกย้ำความสำเร็จ เสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 เวลา 03.31 น.

“....ลองฟังเพลงนี้ครั้งเดียว จะไม่สามารถสลัดเนื้อและทำนองออกจากหัวคุณได้  นี่คือคำพูดของหลายคนเมื่อฟังเพลงฮิต คุกกี้เสี่ยงทาย ของเกิร์ลกรุ๊ป “BNK48” ที่ตอกย้ำความสำเร็จของ BNK48 ได้เป็นอย่างดีถึงบทบาทของการเป็นไอดอลรูปแบบญี่ปุ่นนี้นั้นสามารถครองใจแฟนคลับได้ทุกเพศทุกวัย หลังจากพูดคุยกับผู้ก่อตั้ง BNK48 มาแล้วเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน วันนี้ ฮันนี่บี ขอนัดแนะอีกสองหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ BNK48 ได้แก่ เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร หรือ ครูเอ๊ะ ละอองฟอง และ แมน-ตนุภพ โนทยานนท์ หรือ แมน ละอองฟอง ผู้แต่งเนื้อภาษาไทยให้เพลงคุกกี้เสี่ยงทาย 

มาพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานกับน้อง ๆ BNK48 รวมทั้งอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตของเอ๊ะอย่างเอ๊ะ ซินโดรม” (AEH SYNDROME) ภายใต้ค่าย BUTTER (บัตเตอร์) เครือ สไปร์ซซี่ ดิสก์ เพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลสนุกชู้กะชู้พร้อมมิวสิกวิดีโอพิเศษที่มีลูกศิษย์ BNK48 ครบ 26 คน มาเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอให้ จะเป็นอย่างไรบ้างติดตามในบทสัมภาษณ์ เลยนะคะ

คุณสองคนมาร่วมงานกับทาง BNK 48 ได้ยังไง?
        
เอ๊ะ : “ผมรู้จักกับคุณต้อม-จิรัฐ ที่เคยร่วมงานตอนผมทำ วงซังคิวแบนด์” (SanQ Band) ไปเล่นกีตาร์เปิดหมวกตามคำชวนของคุณแดน-วรเวช ที่ประเทศญี่ปุ่น เราก็บอกคุณต้อมไว้มีอะไรให้เราช่วยในอนาคตเรายินดี จนคุณต้อมทำโปรเจคท์ BNK48 ก็ชวนเรา เพราะอย่างที่รู้ผมชื่นชอบประเทศญี่ปุ่น พูดได้ เป็นไกด์นำเที่ยว และวงละอองฟองของเรายังเคยเป็นทูตประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองนะงาซากิ โดยแพลตฟอร์มของ AKB48 ซึ่งเป็นวงพี่สาวของ BNK48 เราพอรู้จักอยู่แล้ว ผมบอกคุณต้อมว่ามันยากเหมือนกันนะ เพราะน้อง ๆ มาจากการแข่งขัน ทุกคนไม่ได้มีความสามารถมาเต็มร้อย เราเลือกคนที่มุ่งมั่น มีสตอรี่ และทัศนคติที่ดี ดังนั้นสิ่งที่จะให้คนทั่วไปหันมาสนใจน้อง ๆ ในความคิดผม คือเพลง เพราะเพลงเชื่อมคนกับโปรดักส์ ต่อให้โปรดักส์ดียังไง ถ้าเพลงไม่ดึงคนมาฟังก็ไม่เวิร์ก นี่สไตล์คนฟังเพลงบ้านเรา ชาวบ้านหันมาฟังเพลงได้แล้วจะกลับมาดูโปรดักส์คือน้อง ๆ ว่าชีวิตแต่ละคนกว่าจะก้าวมาเป็น 26 คน มาเป็นเซ็นบัตสึ 16 คน กลายเป็นอันเดอร์เกิร์ล มันมีเรื่องราว”
        
แมน : “ย้อนไป 3 ปีก่อน ผมจะเริ่มทำโปรเจคท์ใหม่ของละอองฟอง อยากทำเพลงแปลกใหม่สดใสแบบ AKB48 คือ โคะอิซุรุฟอร์จูนคุกกี้” (Koisuru Fortune Cookie) แต่ก็ยังไม่ได้ทำ จนพี่เอ๊ะมาชวนทำงานกับคุณต้อม พี่เอ๊ะหยิบเพลง โคะอิซุรุฟอร์จูนคุกกี้มาให้ฟังแล้วบอกว่าคุณต้อมจะให้เราทำเพลงนี้ ให้ผมเขียนเนื้อภาษาไทย ผมคิดเยอะมากจะทำยังไงให้เพลงนี้เข้าถึงผู้ฟัง การเล่าเรื่องของญี่ปุ่นกับไทยต่างกัน ญี่ปุ่นเขาจะพรรณนา ไม่มีปมที่ชัด แต่เพลงไทยจะชัดเจน รัก เลิก อกหัก ต้องขมวดปมสรุป เราก็ต้องต่อสู้ในการทำงานที่ต้องให้ทางญี่ปุ่นเข้าใจ ทางญี่ปุ่นอยากให้เราแปลบรรทัดต่อบรรทัด เพราะสัมพันธ์กับท่าเต้น ผมก็บอกว่าถ้าแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับแปลด้วยกูเกิลทรานสเลทเลย ซึ่งการแต่งเพลงแบบคนไทยต้องมีบทสรุป สุดท้ายได้ความหมายตรงกับที่เขาต้องการและคนไทยก็เข้าใจ คือเพลงบอกถึงความรู้สึกแอบชอบ ลุ้นว่าเขาจะชอบเรากลับหรือเปล่า เลยให้คุกกี้มาทำนาย คนไทยไม่คุ้นกับคุกกี้เสี่ยงทายที่เป็นวัฒนธรรมต่างประเทศ เราจึงต้องอธิบาย พี่เอ๊ะคิดคำว่า ให้คุกกี้ทำนายกัน คำนี้ชัดเจนและติดปากทุกคน ส่วนคำว่า แอบมองเธออยู่นะจ๊ะเป็นสไตล์การแต่งเพลงของผมตั้งแต่ทำละอองฟองแล้ว ดีใจที่ทุกคนชอบ กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็สู้เยอะ เพื่อพิสูจน์การทำงานที่ออกจากกรอบเดิม วันนี้ประสบความสำเร็จก็ดีใจมากครับ” 



หลังจากนี้คนจับตามอง กดดันไหม ยังต้องดูแลเพลง BNK48 ต่อไปเรื่อย ๆ?
        
เอ๊ะ: “ใช่ครับ ในฐานะที่ผมเป็น “ไทย มิวสิกไดเรกเตอร์” และคุณแมนเป็น “ไทย โคมิวสิกไดเรกเตอร์” ยังต้องดูแลน้องต่อไป ผมบอกน้อง ๆ เสมอ ตอนนี้พวกเขาคือผลไม้สด สวยน่ารับประทาน ใครเห็นก็ชอบ แต่ของสดก็มีอายุของมัน แต่ของแท้ เท่านั้นที่จะอยู่ในวงการได้ พวกน้องต้องเป็นศิลปินตัวจริง ถ้ามีแต่ความน่ารัก วันนึงเมื่อหมดความน่ารักแฟนคลับอาจหายไปก็ได้ ต้องสู้ต่อไป รวมถึงคอยให้กำลังใจน้อง ๆ เพราะต้องแข่งขันเพื่อขึ้นมาเป็นเซ็นบัตซึ ใครที่ไม่ได้เป็นก็เสียใจ ต่อคิวมาร้องไห้ปรับทุกข์ก็มี ผมในฐานะครูที่ดูแลตั้งแต่ตั้งไข่วันแรกจนตอนนี้ก็ต้องคอยรับฟัง ปลุกพลังให้น้องสู้ เหมือนมีลูก 26 คน (หัวเราะ) แต่มีความสุข มีพลัง เพราะตัวผมเองก็ยังต่อสู้กับการทำความฝันของตัวเองเช่นกันครับ”

สิ่งที่เรียนรู้จากการเป็นครูของ BNK48 มีด้านไหนบ้าง?

เอ๊ะ : “อุตสาหกรรมเพลงบ้านเราว่าต้องขยับกันยังไง เรากำลังจะแย่เมื่อหลายปีก่อน เพราะคนไม่ฟังเพลง ไม่เสพงาน กลายเป็นแบบนี้ แต่ 2 ปีที่อยู่กับ BNK48 มารู้สึกว่าเห็นแล้ว นักดนตรี ศิลปินอยู่ได้ ไม่ใช่ทำเพลงแค่ให้คนฟัง ยุคนี้คนฟังอยากรู้สตอรี่ของคนทำเพลงด้วย เหมือนที่คนอยากรู้จัก BNK48 นี่แหละครับ ไม่ใช่ชอบแค่ผลงานเพลง แต่ไม่รู้จักว่าเราคือใคร แต่เพลงเดินไปพร้อมศิลปิน รู้สตอรี่ของศิลปินนั่นเอง คนสมัยนี้ต้องการรับรู้ว่าศิลปินเป็นยังไง เหมือนที่เราเล่นเฟซบุ๊กเพื่อดูชีวิตคนอื่นนั่นแหละ คนก็ยิ่งอยากสนับสนุน 

แมน : “การก้าวออกจากกรอบ ทำให้เรากล้าขึ้น จากที่ไม่คิดว่าจะแต่งเนื้อเพลงได้ ก็ทำได้ พอผลงานเป็นที่รู้จัก ศิลปินด้วยกันอย่างพี่บอย ตรัย ที่เรานับถือ เขาหยิบเพลงที่เราแต่งเนื้อมาร้อง ผมดีใจและขอบคุณทุกคนมาก ก็จะทำให้ดีขึ้นไปครับ ส่วนงานละอองฟอง ไม่หายไปไหนครับ จะทำงานต่อไปเมื่อพร้อม ละอองฟองเหมือนเป็นคอนเซปต์ของดนตรีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยุคต่อไปเราจะอยู่เบื้องหน้าไหมก็ไม่แน่ใจ หรือจะเป็นคนอื่นมาในฟอร์มนี้ก็ได้ต้องรอติดตามครับ”   



ล่าสุดเอ๊ะลุกขึ้นทำตามฝันที่เก็บไว้นานถึง 30 ปี คืออะไร?
        
เอ๊ะ : “จริง ๆ คนไม่ค่อยรู้ ว่าผมอยากเป็นนักร้อง เข้าวงการเพราะประกวดร้องเพลง ตอนอายุ 15-16 เข้าถึงอันดับ 2 ซึ่งคนที่ได้ที่ 1 คือ ปนัดดา เรืองวุฒิ ได้เป็นนักร้องเดี่ยว ส่วนผมไปสกรีนเทสแล้วถูกชวนทำวงดนตรี(หัวเราะ) เอาหินทับความฝันอยากเป็นนักร้องไว้ มาทำละอองฟอง ก็แอบร้องคอรัส ร้องบางท่อนของละอองฟองประสบความสำเร็จเราจึงพักชั่วคราว ผมไปเล่นหนังของพี่ยอร์ช-ฤกษ์ชัย เขาบอกผมเป็นคนมีอะไรเราก็ได้แต่ฟัง ต่อมาเจอ แดน-วรเวช ยังมาพูดอีกว่าถ้าผมทำงานตัวเองจะโดดเด่นมาก แดนเป็นคนทำให้ผมยกหินที่ทับความฝันตัวเองไว้ขึ้น จนกลายมาเป็นโปรเจคท์ เอ๊ะ ซินโดรมค่ายบัตเตอร์ที่พี่เต้ง-พิชัย ให้เราทำงาน คำว่าซินโดรมคืออาการหลังคนรู้จักตัวตนผม อย่างน้อยต้องมีความสุข สบายใจ ไม่มีกำแพงต่อกัน ได้คุณแมนมาเป็นโคโปรดิวเซอร์ ซิงเกิ้ลแรก ชู้กะชู้ เนื้อเพลงตลกสองแง่สองงาม ทะลึ่งน่ารัก จั๊กกะจี้ แต่ไม่ลามก ไม่หยาบคาย คล้ายการเล่นคำในเพลงลูกทุ่ง พูดถึงเรื่องความรักยุคปัจจุบัน เวลาเจอคนหน้าตาดี ก็ต้องมอง แต่ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว ก็ได้แต่เก็บไปคิดในใจประมาณนี้ นี่คือโค้งแรกของการทำงาน ในวัย 45 ปี ของผมเชื่อว่าน่าจะมาถูกทาง เพราะคงไม่มีใครเป็นได้แบบนี้ (หัวเราะ) ญี่ปุ่นมีแอปเปิ้ลเพนได้ เกาหลีมีกังนัมสไตล์ได้ อายุเขาก็เยอะ ทำไมเราจะเป็นแบบนั้นบ้างไม่ได้ เราก็เป็นสไตล์เราไทย ๆ ที่สนุกสนานเท่านั้นเองครับ”

แต่ก็มีดราม่าว่าเราเกาะกระแสน้อง BNK48 ออกมาด้วย?

ผมดูแลน้อง ๆ BNK48 ควบคู่กับทำอัลบั้มตัวเองครับ ตั้งแต่น้องยังไม่มีคนสนใจ เปิดเพลง ชู้กะชู้ ให้ฟังแล้วเต้นตลอด รวมทั้งสัญญากับน้องทั้ง 26 คนไว้ ถ้าเพลงผมออกเมื่อไหร่จะให้พวกเขามาเล่นมิวสิกวิดีโอ น้องเหมือนผมที่มีความพยายามทำตามฝัน ถือว่าเราเป็นตัวอย่างคนวัย 45 ปี ที่เพิ่งเริ่มมีซิงเกิ้ลตัวเอง บอกเด็กทุกวันเรามียอดพีระมิดตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปยืนบนยอดของคนอื่น ปลุกใจให้พลังกันไป ฝากทุกคนนะครับ รวมถึงขอบคุณพี่เต้ง-พิชัย ที่ให้โอกาสทำตามฝัน รวมทั้งหวังว่าบางเพลงของเราอาจไปต่างประเทศได้ รอมา 30 ปี นี่คือสิ่งที่อยากทำ ฉะนั้นผมสู้ไม่ถอยครับ”
        
จากการพูดคุยกับ เอ๊ะ และ แมน ในวันนี้เราได้เห็นความพยายาม ตั้งใจ ในฐานะคนทำงานเบื้องหลังให้สาว ๆ BNK48 จนประสบความสำเร็จ รวมทั้งตอนนี้ “เอ๊ะ” มีผลงานเดี่ยวที่หลังจากรอมากว่า 30 ปี ก็ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเขาต่อไปด้วยนะคะ.

.........................................................
“ฮันนี่บี”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20