สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ว่ากระทรวงการค้าของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เผยแพร่แถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน ว่ารัฐสภาในกรุงแคนเบอร์รา และที่กรุงเวลลิงตัน ได้ให้สัตยาบันต่อความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
Australia has ratified #RCEP, meaning we will be an original party to the world’s largest FTA. @ASEAN-led #RCEP sends a strong signal of economic openness and #ASEAN centrality in the #IndoPacific ? Read more ? https://t.co/VEuFR2bxP8 pic.twitter.com/gydLDEtAU9
— Will Nankervis (@AusAmbASEAN) November 3, 2021
ทั้งนี้ การให้สัตยาบันของทั้งสองประเทศ ทำให้การรับรองข้อตกลงดังกล่าวเป็นไปตามเกณฑ์ นั่นคือสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อย่างน้อย 6 ประเทศ และสมาชิกร่วมลงนามที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอาเซียนอีกอย่างน้อย 3 ประเทศ ต้องร่วมกันให้สัตยาบันภายในวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ข้อตกลงได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ทันตามแผนการ คือในวันที่ 1 ม.ค. 2565
ขณะที่ประเทศซึ่งร่วมให้สัตยาบันต่อข้อตกลงอาร์เซ็ปแล้ว ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และสมาชิกอาเซียนครบ 6 ประเทศตามกฎ คือ บรูไน กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย โดยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ร่วมกันลงนามในข้อตกลงอาร์เซ็ป เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว
อนึ่ง อาร์เซ็ป ถือเป็นข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสมาชิกอาร์เซ็ปที่จะมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก และยังเป็นเอฟทีเอแบบพหุภาคีฉบับแรกในประวัติศาสตร์ ที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ร่วมลงนามพร้อมกันตั้งแต่ต้น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES