สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่า บังกลาเทศมีโรงงานผลิตเสื้อผ้า 3,500 แห่ง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 85% ของมูลค่าการส่งออกของประเทศราว 55,000 ล้านตากาต่อปี (ราว 2 ล้านล้านบาท) โดยจัดส่งสินค้าให้กับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของโลก เช่น ลีวายส์ (Levi’s), ซาร่า (Zara) และเอช แอนด์ เอ็ม (H&M)
ทว่าเมื่อเดือนที่แล้ว พนักงานของโรงงานหลายแห่งรวมตัวประท้วงแบบรุนแรง เพื่อเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีคนงานเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และโรงงานมากกว่า 70 แห่งถูกรื้อค้น หรือได้รับความเสียหายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แม้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลธากา เพิ่มค่าจ้าง 56.25% เป็น 12,500 ตากาต่อเดือน (ราว 4,140 บาท) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่กลุ่มคนงานปฏิเสธข้อเสนอข้างต้น และเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 23,000 ตากาต่อเดือน (ราว 7,600 บาท)
Bangladeshi garment manufacturers “indefinitely” close 150 factories and 11,000 workers face blanket charges after violent protestshttps://t.co/R5bd8d7trK
— TRT World (@trtworld) November 11, 2023
“ตำรวจยื่นฟ้องประชาชน 11,000 คน โดยไม่ระบุชื่อ จากการโจมตีและบุกยึดโรงงานเสื้อผ้าตูซูกา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา” เจ้าหน้าที่โมชาร์ราฟ ฮอสเซน สารวัตรตำรวจ กล่าว
ยิ่งไปกว่านั้น ตำรวจบังกลาเทศยังระบุว่า โรงงาน 150 แห่งปิดทำการในเมืองอุตสาหกรรมหลัก เช่น เมืองอาชูเลีย และเมืองกาซิปูร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงธากา เนื่องจากผู้ผลิตหลายรายกลัวว่า จะมีการหยุดงานประท้วงอีก
ทั้งนี้ การประท้วงค่าแรงขั้นต่ำในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการประท้วงครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 10 ปีของบังกลาเทศ ขณะที่นายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ผู้นำบังกลาเทศ ปฏิเสธการเพิ่มค่าจ้างให้กับคนงาน พร้อมกับเตือนว่า การประท้วงที่รุนแรงอาจทำให้เกิดการสูญเสียงานได้
อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานบังกลาเทศยังคงจัดการประท้วง และเพิกเฉยต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการ โดยให้เหตุผลว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับค่าอาหาร, ค่าเช่าที่พัก, ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน ซึ่งพุ่งสูงในปัจจุบัน.
เครดิตภาพ : AFP







