สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่า สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลออสเตรเลีย (เอมส์) ระบุในรายงานประจำปีว่า การฟื้นตัวของเกรตแบริเออร์รีฟ เกิดขึ้นในส่วนเหนือและส่วนกลางของแนวปะการัง ตรงข้ามกับส่วนใต้ ซึ่งสูญเสียการฟื้นตัวเพราะการระบาดของดาวมงกุฎหนาม
“สิ่งนี้แสดงถึงความเปราะบางของแนวปะการังที่มีต่อความปั่นป่วนที่รุนแรงและเฉียบพลันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งและยาวนานมากขึ้น” นายพอล ฮาร์ดิสตี ผู้บริหารสูงสุดของเอมส์ กล่าวในแถลงการณ์
ทั้งนี้ ในมาตรการสำคัญของความสมบูรณ์ของแนวปะการัง เอมส์กำหนดให้การฟื้นตัวของปะการังแข็งที่มากกว่า 30% เป็นค่าระดับสูง โดยอ้างอิงจากการสำรวจแนวปะการังในระยะยาว
Two-thirds of Australia's Great Barrier Reef showed the largest amount of coral cover in 36 years. The recovery in the central and northern stretches of the reef contrasted with the southern region, where there was a loss of coral cover https://t.co/2MvDUFXY7b pic.twitter.com/Hiuv6Tr6gD
— Reuters (@Reuters) August 4, 2022
แนวปะการังทางตอนเหนือมีการฟื้นตัวปะการังแข็งเฉลี่ยเพิ่มเป็น 36% ในปีนี้ จากเดิมที่อยู่ต่ำถึง 13% เมื่อปี 2560 ขณะที่ทางตอนกลาง อัตราการฟื้นตัวปะการังแข็งเพิ่มจาก 12% ในปี 2562 เป็น 33% ซึ่งทั้ง 2 ค่า คือระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่สถาบันเริ่มการเฝ้าติดตามแนวปะการังเมื่อปี 2528
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวปะการังทางตอนใต้ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการฟื้นตัวปะการังแข็งที่สูงกว่าอีก 2 ส่วนข้างต้น กลับมีการฟื้นตัวที่ลดลงจาก 38% ในปีก่อนหน้า เหลือ 34% ในปีนี้
นอกจากนี้ การฟื้นฟูที่เพิ่มขึ้นยังมาจากปะการังเขากวาง ซึ่งเอมส์ กล่าวว่า พวกมันเปราะบางเป็นพิเศษต่อความเสียหายจากคลื่น, ความร้อนในทะเล และดาวมงกุฎหนาม.
เครดิตภาพ : REUTERS



