เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีตรวจสอบการเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้านบาท โดยใช้เวลาพิจารณารวม 3 วัน ได้ความว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ได้ดำเนินงานนอกเหนือระเบียบการติดตั้งป้ายเดิม การกำหนดขอบเขตการดำเนินการและการกำหนดราคากลางของ รฟท. เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาชีพที่สามารถตรวจสอบได้ แต่คณะกรรมการฯ มีข้อเสนอแนะให้ รฟท. ทบทวนเพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณมากที่สุด เช่น ทบทวนวัสดุและเทคนิคในการติดตั้ง ทบทวนค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน นำตัวอักษรเดิม “สถานีกลาง” ที่ยังใหม่อยู่มาปรับปรุงใช้ ทบทวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง เป็นต้น

นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ผลสอบคณะกรรมการฯ สรุปสั้นๆได้ว่าโปร่งใสแต่แพง แบบนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า คณะกรรมการฯ ยังเห็นว่าราคาค่าเปลี่ยนป้ายแพงเกินไป และ รฟท.ไม่ได้แสวงหาหนทางที่จะประหยัดการใช้งบประมาณหรือใช้ภาษีประชาชนอย่างเป็นประโยชน์และคุ้มค่าอย่างที่เคยชี้แจง

“ผมไม่ทราบว่าเกิดประโยชน์อะไรจากการตั้งคณะกรรมการสอบ ผลสอบแบบนี้เท่ากับเราเสียเบี้ยประชุม เสียค่าดำเนินการไปอย่างสูญเปล่าเพื่อให้ได้คำตอบที่ประชาชนทุกคนรู้อยู่แล้ว ประชาชนอดทนรอมา 15 วัน ตามที่ รมว.คมนาคม ให้สัญญา แต่กลับไม่ได้คำตอบที่กำลังสงสัย”

นายจิรัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนและสื่อมวลชน ช่วยกันทวงถามคำตอบที่พวกเรายังคงสงสัย โดย รฟท. รวมถึงกระทรวงคมนาคม ต้องรีบชี้แจงทันที 3 เรื่อง ได้แก่ หนึ่ง เหตุผลความจำเป็น เป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย อยู่ดีๆ ไปขอพระราชทานชื่อใหม่ทำไม ความจำเป็นคืออะไร ทำไมเราต้องสูญงบประมาณหลายสิบล้านเพื่อการเปลี่ยนชื่อสถานีที่ชื่อเดิมก็ดีอยู่แล้ว เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การเปลี่ยนชื่อนั้นไม่ไช่ประเพณีปฏิบัติตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม อ้างในการตอบกระทู้ และยังไม่เคยปรากฏว่ามีการเปลี่ยนชื่อสถานีรถไฟมาก่อน ส่วนเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิก็มีการเปลี่ยนชื่อไปก่อนดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งต่างจากสถานีกลางบางซื่อที่สร้างเสร็จแล้วค่อยมาเปลี่ยนชื่อภายหลัง

ประเด็นที่สอง เรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่ รฟท. ปิดมาตลอด ทั้งๆ ที่เป็นข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป ซึ่ง รฟท.ต้องเปิดเผยเอกสารเหล่านี้อยู่แล้วตามกฎหมาย เช่น เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างการเปลี่ยนชื่อ 33 ล้านบาท ที่คณะกรรมการใช้พิจารณาสอบ เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างการติดตั้งป้ายเดิม เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าป้ายเดิมที่ต้องรื้อทิ้ง เผาเงินภาษีฟรีๆ ไปเท่าไร และประเด็นที่สาม รฟท. ต้องชี้แจงผลการประเมินการใช้งบประมาณทั้งหมดในการเปลี่ยนชื่อ ตั้งแต่ป้ายขนาดใหญ่ 33 ล้านบาท ป้ายขนาดเล็กในสถานี ป้ายติดโบกี้รถไฟ ป้ายบอกทางตามถนน และจะต้องใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นอีกเท่าไร กับการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ หรือถ้า รฟท. ยังไม่ได้คิด ก็ควรรีบคิด

“สุดท้ายฝากไปถึง รมว.คมนาคม และผู้ว่า รฟท. หน่วยงานราชการไทยในปี 2023 ไม่ควรทำตัวเป็นดินแดนพิศวงที่ดีแต่พูดถึงความโปร่งใส แต่ไม่เคยชี้แจงอะไรได้เลย ท่านควรแสดงความจริงใจด้วยการรีบชี้แจงข้อสงสัยทั้งหมดของประชาชนโดยเร็ว เพื่อแสดงให้เห็นว่าท่านมีความรับผิดชอบต่อเงินทุกบาททุกสตางค์ของพี่น้องประชาชน” นายจิรัฏฐ์ กล่าว